วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2552

นายกฯสั่งสอบเทศบาลเมืองพลสร้างตึกแถวที่ร.ร.-ดิ้นเปลี่ยนสีผังเมือง

ศูนย์ ข่าวขอนแก่น-ชาวชุมชนเทศบาลเมืองเมืองพลใจชื้น
นายกฯอภิสิทธิ์ส่งเจ้าหน้าที่
ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีพิพาทโครงการสร้างอาคารพาณิชย์ให้เช่าของเทศบาลฯ
ในเขตสีเขียวมะกอกของโรงเรียนเทศบาลพลประชานุกุล
เผยฝ่ายบริหารเทศบาลฯดิ้น!หลังศาลปกครองสั่งระงับโครงการ
วิ่งเต้นเปลี่ยนสีในผังเมืองให้เป็นสีแดงเพื่อดันให้สร้างต่อได้
ขณะที่ชาวบ้านยันสู้ไม่ถอยเพื่อรักษาที่ดินโรงเรียนของชุมชน

จากกรณีที่ชาวบ้านในเขตเทศบาลเมืองพล อ.พล จ.ขอนแก่น
ที่รวมตัวในนามกลุ่มพลพิทักษ์ธรรมได้ร้องทุกข์
"มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน"พร้อมกับเคลื่อนไหวคัดค้านโครงการก่อสร้างอาคาร
พาณิชย์ให้เช่า ขนาด 2 ชั้น 45 คูหา
ซึ่งจะสร้างในเขตพื้นที่โรงเรียนเทศบาลพลประชานุกุล
ด้านที่ติดกับตลาดสดเทศบาลเมืองพลตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน 2550
โดยชาวบ้านกลุ่มนี้ไม่เห็นด้วยที่ฝ่ายบริหารเทศบาลเมืองพลจะนำพื้นที่
โรงเรียนไปแสวงผลประโยชน์ในเชิงพาณิชย์
อีกทั้งบริเวณดังกล่าวระบุในผังเมืองเป็นพื้นที่สีเขียวมะกอก
สงวนไว้สำหรับกิจกรรมทางการศึกษาเท่านั้น

ที่สำคัญหวั่นว่าจะส่งผลกระทบต่อการเรียนของเยาวชน
โดยเฉพาะด้านเสียงและมลภาวะทางอากาศเพราะเป้าหมายผู้เช่าอาคารพาณิชย์ คือ
กลุ่มแม่ค้าพ่อค้าในตลาดสด
การต่อสู้ของชาวเทศบาลเมืองพลครั้งนี้ถึงขั้นยื่นฟ้องศาลปกครองจังหวัด

นายกฯรับลูกส่งทีมงานสอบข้อเท็จจริง

ล่าสุด นางผาสุข ปัญญา หนึ่งในกลุ่มพลพิทักษ์ธรรม อ.พล จ.ขอนแก่น
เปิดเผยถึงความคืบหน้าการเคลื่อนไหวต่อสู้คัดค้านการก่อสร้างอาคารพาณิชย์
ของเทศบาลเมืองพลดังกล่าวว่า เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่จากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้เดินทางมารับฟังข้อมูลทั้งฝ่าย
ประชาชน ที่คัดค้านโครงการ
และฝ่ายบริหารเทศบาลพลพร้อมกับลงพื้นที่สำรวจจุดก่อสร้าง
ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวหนึ่งของการต่อสู้ของภาคประชาชนที่ได้รับความสนใจ
จากภาครัฐ พวกตนยืนยันที่จะคัดค้านการก่อสร้างโครงการลงทุนนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อปกป้อง
ผลประโยชน์ของนักเรียนและชุมชนส่วนรวม

นางผาสุข
กล่าวถึงการลงพื้นที่ของเจ้าหน้าที่จากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีครั้งนี้
เป็นผลสืบเนื่องจากที่พวกตนได้ทำหนังสือถึง นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ช่วยเหลือสั่งระงับการขอเปลี่ยนแปลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวที่กฎ
กระทรวงผังเมืองรวมเมืองพลกำหนดให้เป็นสีเขียวมะกอกให้เป็นพื้นที่สีแดง
ที่ดินประเภทพาณิชย์กรรม หากวิ่งเต้นเปลี่ยนสีในผังเมืองสำเร็จ
เทศบาลเมืองพลก็จะใช้เป็นข้ออ้างเดินหน้าลงทุนโครงการพาณิชย์ให้เช่าได้ต่อ

"พวกเราดีใจมากที่ท่าน นายกฯอภิสิทธิ์
เห็นความสำคัญของปัญหาสั่งให้หน่วยงานสำนักปลัดฯมาดูสภาพพื้นที่และรับฟัง
ข้อมูลของทั้งฝ่ายเราที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการและฝ่ายผู้บริหารเทศบาลฯเจ้า
ของโครงการ การต่อสู้ของพวกเราในเรื่องนี้ไม่ได้หวังผลประโยชน์ใดๆ
เราแค่ต้องการปกป้องพื้นที่ของโรงเรียนไม่ให้นักการเมืองท้องถิ่นนำไปก่อ
สร้างตึกอาคารเพียงแค่ข้ออ้างความเจริญเติบโตด้านวัตถุเท่านั้น"นางผาสุข
กล่าวและเล่าต่อว่า

นับว่าความยุติธรรมในแผ่นดินนี้ยังมีอยู่เพราะหลังจากที่ตนกับพวกอีก
5 คน ในนามกลุ่มพลพิทักษ์ธรรมได้ยื่นร้องต่อศาลปกครองขอนแก่นให้สั่งยกเลิก
โครงการดังกล่าวเมื่อปลายปี 50 ผลจากคำพิพากษาที่ศาลตัดสินเมื่อปลายปี 51
ได้มีคำสั่งเพิกถอนใบอนุญาตก่อสร้างอาคารพาณิชย์ทั้ง 45 คูหา และสั่งให้
นายสุวัฒน์ อังสนันท์
นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพลรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคารที่พิพาทและปรับพื้นที่
โรงเรียนเทศบาลพลประชานุกุลให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
อย่างไรก็ตามคดีนี้ยังไม่ถือว่าสิ้นสุดเพราะทางนายสุวัฒน์ ได้ยื่นอุทธรณ์


สำหรับเหตุผลที่นายสุวัฒน์
ในฐานะนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองพลอ้างเพื่อลงทุนสร้างอาคารพาณิชย์นั้น
เขายืนยันว่าทุกขั้นตอนเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย
สภาเทศบาลฯเห็นชอบให้ก่อสร้าง เพื่อพัฒนารายได้ของเทศบาลเมืองเมืองพล
มีวัตถุประสงค์ที่จะบำรุงและส่งเสริมการทำมาหากินของราษฎร

เทศบาลเมืองพลดิ้นเปลี่ยนสีในผังเมือง

สำหรับสถานที่ตั้งอาคารพาณิชย์เดิมเคยอยู่ในเขตห้ามก่อสร้างตาม
กฎหมาย ฉบับที่ 395(2541)ตาม พ.ร.บ.การผังเมือง พ.ศ.2518
ซึ่งกำหนดเป็นสีเขียวมะกอกที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
แต่กฎหมายดังกล่าวได้สิ้นสุดผลการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม
2548และขณะดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ยังไม่มีการประกาศใช้บังคับกฎ
กระทรวงฉบับใหม่การใช้ประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว
จึงไม่มีข้อห้ามตามกฎหมายผังเมือง

นายสุวัฒน์
ยืนยันอีกว่าในประเด็นนี้ทางอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตอบข้อหารือมา
ว่า เมื่อกฎกระทรวง ฉบับที่395(2541)ได้สิ้นสุดระยะเวลาการบังคับใช้เมื่อ
24 ปี 2548 ดังนั้น
การใช้ประโยชน์ในที่ดินในขณะนี้จึงไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎกระทรวงดัง
กล่าว หนังสือตอบข้อหารือดังข้อความข้างต้นจึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เทศบาลเมือง
เมืองพลใช้เป็นหลักฐานอ้างอิงเพื่อแสดงความชอบธรรมในการก่อสร้างอาคาร
พาณิชย์

อย่างไรก็ตามในหนังสือตอบข้อหารือฉบับเดียวกัน
ได้ระบุเพิ่มเติมว่าโครงการดังกล่าวจะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎหมายอื่นๆ
ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายควบคุมอาคาร กฎหมายสิ่งแวดล้อม เป็นต้น

ด้านนายประสิทธิ์ พรหมนอก
หนึ่งในสมาชิกกลุ่มพลพิทักษ์ธรรมได้ตอบโต้ข้อกล่าวอ้างของฝ่ายบริหารเทศบาล
เมืองเมืองพลว่า จะอ้างการสิ้นสุดระยะเวลาบังคับใช้ของกฎกระทรวง ฉบับที่
395 (2551)ไม่ได้ แม้จะอยู่ในช่วงที่รอการออกกฎกระทรวงใหม่
ใช่ว่าจะฉวยโอกาสดำเนินโครงการใดๆที่ผิดกฎหมายได้
ต้องดูกฎหมายแวดล้อมอื่นๆประกอบและที่สำคัญต้องดูความเหมาะสมตามหลักธรรมาภิ
บาลด้วย

นอกจากนี้ นายประสิทธิ์ ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า กรณีที่
นายสุวัฒน์ ชี้แจงเหตุผลที่ขอเปลี่ยนสีจากสีเขียวมะกอกเป็นสีแดงเพื่อสร้างอาคารพาณิชย์
ดังกล่าว เพื่อรองรับผู้เช่าอาศัยในอาคารหลังเก่า บริเวณตลาดสดเทศบาล
จำนวน 50 รายที่หมดสัญญาเช่าและเทศบาลฯจะทำการรื้อถอน
ถึงขั้นจะสร้างอาคารพาณิชย์ในโรงเรียนเพื่อรองรับ
มีประเด็นที่น่าสงสัยคือ

1.อาคารตลาดหลังเก่าที่สร้างมา 40 ปี เมื่อหมดสัญญาแล้ว
จำเป็นต้องทุบรื้อถอนและสร้างใหม่เท่านั้นหรือ

2.จากการประกาศขายสิทธิ์อาคารพาณิชย์หลังใหม่ในบริเวณโรงเรียนแก่
บุคคลทั่วไป ไม่ใช่มุ่งรองรับผู้หมดสัญญาจากอาคารหลังเก่า
ซึ่งทำให้ผู้หมดสัญญาไม่สามารถแบกรับราคาที่ประกาศขายสิทธิ์ได้
เพราะมีราคาค่อนข้างสูง
และที่สำคัญไม่เห็นด้วยกับการสร้างอาคารพาณิชย์ในพื้นที่ของโรงเรียน
เป็นการเบียดบังพื้นที่ของโรงเรียน
ควรเป็นพื้นที่เพื่อใช้ประโยชน์ต่อการส่งเสริมการศึกษาเท่านั้น

รวมทั้งเห็นว่านักเรียนจะได้รับผลกระทบจากมลพิษทางกลิ่น เสียง
การบดบังแสง-ลม เพราะตามข้อเท็จจริง
จะสังเกตได้จากภาพถ่ายเสาเข็มอาคารพาณิชย์ผนวกกับแบบแปลนที่ประกาศขาย
จะเห็นได้ว่าหากวัดจากแนวดิ่งของชายคาของอาคารเรียนจะห่างกันเพียง 1
เมตรเท่านั้น

ดังนั้นด้วยเหตุผลที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการสร้างอาคารพาณิชย์ของ
เทศบาลเมืองเมืองพลต่างๆครั้งนี้
จึงต้องการให้มีการพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาระงับการเปลี่ยน
แปลงสีการใช้ประโยชน์ในที่ดินบริเวณดังกล่าวจากสีเขียวมะกอกเพื่อสถาบันการ
ศึกษาเป็นสีแดงเพื่อการพาณิชย์

รายงานข่าวแจ้งว่า
ภายหลังเจ้าหน้าที่จากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีได้ลงสำรวจข้อเท็จจริงใน
พื้นที่และรับฟังข้อมูลจากตัวแทนทั้ง 2 ฝ่าย คือ
ผู้ร้องคัดค้านโครงการฯกับเจ้าของโครงการคือฝ่ายบริหารเทศบาลเมืองเมืองพล
แล้ว ได้กล่าวย้ำว่า ณ
ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปความเห็นใดๆได้เพราะกรณีพิพาทโครงการนี้กำลังอยู่ใน
กระบวนการพิจารณาคดีของศาล คดียังไม่สิ้นสุด ไม่สามารถก้าวล้ำอำนาจศาลได้
แต่ข้อมูลที่ได้รับฟังจากทั้ง
2ฝ่ายจะนำไปประมวลเพื่อเสนอขอความเห็นจากผู้บังคับบัญชาต่อไป


http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000066171

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น