วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สปสช.ขอนแก่นดันเปิดคลินิกโรคหืดในโรงพยาบาลระดับตำบล

ศูนย์ข่าวขอนแก่น- ห่วงสถานการณ์ผู้ป่วยโรคหืด มีแนวโน้มสูงขึ้น ด้าน
สปสช.ขอนแก่น วางมาตรการรักษาโรคหืดในเชิงรุก ดันโรงพยาบาลระดับตำบล
เปิดคลินิกโรคหืดในกลุ่มจังหวัดร้อยแก่นมหากาฬ
หวังใช้กำกับดูแลผู้ป่วยในพื้นที่ เผย หากมีการรักษาอย่างทันท่วงที
ลดอัตราการเสียชีวิตได้

วันนี้ (24 ก.ค.) ที่โรงแรมขอนแก่นโฮเต็ล
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สาขาเขตพื้นที่ขอนแก่น หรือ
สปสช.ขอนแก่น จัดอบรมเจ้าหน้าที่
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในโครงการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคหืดใน
พื้นที่รับผิดชอบร้อยแก่มหากาฬ ประกอบไปด้วยจังหวัดร้อยเอ็ด ขอนแก่น
มหาสารคาม และ จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยมีเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล
และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่เข้ารับการอบรมกว่า 200 คน

รศ.นพ.วัชรา บุญสวัสดิ์ รองคณะบดีฝ่ายวิจัย คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เปิดเผยถึงตัวเลขผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากโรคหอบหืดใน
ปี พ.ศ.2538 มีจำนวน 66,679 คน และเพิ่มเป็น 102,245 คน ในปี พ.ศ.2545
ส่วนสถิติผู้เสียชีวิตด้วยโรคหอบหืดในปี พ.ศ.2540 จำนวน 806 คน และในปี
พ.ศ.2546 เพิ่มขึ้นเป็น 1,697 คน
และคาดว่าจะมีผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดรุนแรง
จนต้องเข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉินไม่ต่ำกว่าปีละ 1 ล้านคน

"จำนวนผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นทุกปี
และเป็นโรคเรื้อรังที่กระทบกับผู้ป่วยสูง
ไม่สามารถทำกิจกรรมได้เช่นคนปกติ
และทำให้ในแต่ละปีมีผู้ป่วยที่เสียชีวิตจากโรคดังกล่าวเป็นจำนวนมาก"
รศ.นพ.วัชรา กล่าว และว่า

โรคหืดในประเทศไทยเพิ่งจะได้รับความสนใจจากแพทย์เมื่อไม่นานมานี้
เนื่องจากว่ามีผู้ป่วยโรคหืดที่มีอาการรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาที่ห้อง
ฉุกเฉินหรือเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นในหลายๆ
ประเทศ

ด้าน นพ.ดุสิต ขำชัยภูมิ
รองผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 7 ขอนแก่น
เปิดเผยว่า สถานการณ์โรคหอบหืดในปัจจุบันน่าเป็นห่วง เนื่องจากว่า
สถานพยาบาลที่ให้บริการไม่เพียงพอ
จึงทำให้ผู้ป่วยต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่ไกลจากภูมิลำเนา
ทำให้ลำบากในการเดินทาง ทางสปสช.เขต 7 ขอนแก่น จึงผลักดันให้เกิดคลินิก
โรคหอบหืดประจำตำบล ในเขตพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 4 จังหวัด
และจากที่ได้ดำเนินการมาก่อนหน้านี้ ถือว่าประสบผลสำเร็จ

"สปสช.ขอนแก่น
ได้ดำเนินการเปิดคลินิกประจำตำบลในกลุ่มจังหวัดที่รับผิดชอบ
ขณะนี้สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดอย่างรุนแรงลงได้
แต่ต่อไปจะมีการเปิดคลินิคโรคหืดประจำตำบลให้ครอบคลุมทุกพื้นที่โดยทาง
สปสช.เขต 7 ขอนแก่น จะเป็นผู้สนับสนุน" นพ.ดุสิต กล่าวและว่า

หาก ผู้ป่วยมีการรักษาที่ทันท่วงทีและปฏิบัติตามแพทย์ที่คอยให้คำแนะนำ
ผู้ป่วยจะสามารถดำรงชีวิตได้เหมือนกับคนปกติทั่วไป
แต่จะต้องระมัดระวังเรื่องฝุ่น
เพราะโรคดังกล่าวนอกจากเกิดจากกรรมพันธุ์แล้ว การอยู่ในที่อากาศไม่ถ่ายเท
รวมสถานที่ที่มีฝุ่นมาก ก็อาจเป็นสาเหตให้เกิดโรคได้

สำหรับผลการดำเนินการพบว่ามีโรงพยาบาล 98 แห่ง
สามารถจัดตั้งคลินิกโรคหืดแบบง่ายได้ มีโรงพยาบาล 65 แห่ง
มีการลงข้อมูลในฐานข้อมูลและโรงพยาบาล 33 แห่ง
มีการดำเนินการแต่ไม่ได้ลงในฐานข้อมูล และในปี พ.ศ.2551
มีผู้ป่วยที่ถูกขึ้นทะเบียนใน 4 จังหวัดร้อยแก่นมหากาฬ 4,815 คน
และมีผู้ป่วยที่มารับการรักษาที่โรงพยาบาล 25,567 ครั้ง

ผู้ป่วยหวัดใหญ่ขอนแก่น 13 รายยังอยู่โรงพยาบาล ชี้หน้าฝน-หนาวเสี่ยงติดเชื้อสูง

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 24 กรกฎาคม 2552 10:02 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-
สสจ.ขอนแก่นระบุตัวเลขสะสมผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่เมืองหมอแคน
165 ราย แต่เหลือแค่ 13 รายที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
เผยชาวขอนแก่นตื่นตัวป้องกันหวัดใหญ่กันมากขึ้น
เห็นได้จากการสวมหน้ากากอนามัยเมื่ออกนอกบ้าน
ชี้ต้องดูแลสุขภาพให้แข็งแร็งสม่ำเสมอ
เพราะหน้าฝนถึงหน้าหนาวอัตราการแพร่เชื้อสูงมาก

นายวิทิต สฤษฏีชัยกุล
รักษาราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยถึง สถานการณ์
โรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในจังหวัดขอนแก่น ล่าสุดข้อมูล ณ วันที่ 22
ก.ค. 52ที่ผ่านมาว่า พบผู้ป่วยยืนยันติเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 จำนวนสะสมทั้งสิ้น 165 ราย
เป็นผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดขอนแก่น 132 ราย
ที่เหลือเป็นผู้ป่วยจากต่างจังหวัด ในจำนวนนี้รักษาหายแล้ว 152 ราย
ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 13 ราย แต่อาการทั่วไปดีขึ้น

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
โดยคณะกรรมการอำนวยการป้องกันควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ จังหวัดขอนแก่น
ซึ่งประกอบด้วย ผู้บริหารด้านสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล นักวิชาการสาธารณสุข
จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โรงพยาบาลศรีนครินทร์
โรงพยาบาลค่ายศรีพัชรินทร์ และโรงพยาบาลเอกชนทุกแห่งในจังหวัดขอนแก่น
ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการประชุมประเมินผลมาตรการการดำเนินงาน
ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรค
การประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน เป็นระยะทุกสัปดาห์
พบว่าขณะนี้ชาวขอนแก่นมีความตื่นตัวในการป้องกันตนเองและคนในครอบครัวมาก
ขึ้น

สังเกต จากมีการสวมหน้ากากอนามัยเมื่อป่วยเป็นหวัด ไอจาม
หรือเข้าไปในที่ชุมชนแออัดกัน มีการจัดจุดล้างมือด้วยน้ำและสบู่
การให้บริการเจลแอลกอฮอล์ล้างมือตามโรงเรียน และสถานประกอบการต่างๆ


นายแพทย์วิทิตกล่าวต่อว่า
เนื่องจากโรคไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส
ซึ่งเจริญเติบโตได้ดีในช่วงฤดูฝนจนถึงฤดูหนาว
จึงขอให้ประชาชนปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่องจนเป็นนิสัย เรื่อง
การกินอาหารสุกร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือบ่อยๆ
และสวมหน้ากากอนามัยเมือไอจาม
หมั่นดูแลรักษาร่างกายให้สมบูรณ์แข็งแรงอยู่เสมอ

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
หากเริ่มป่วยมีไข้ควรหยุดเรียน หยุดงาน พักผ่อนรักษาตัวจนกว่าจะหายป่วย
อาการไม่ดีขึ้นต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที
และขอประชาสัมพันธ์ขอบคุณไปยังหน่วยงานราชการ องค์กรเอกชน สถาบันการศึกษา
ห้างร้าน สถานบริการต่างๆ
ที่ให้ความร่วมมือในการรณรงค์ทำความสะอาดสถานที่
และปฏิบัติตามข้อปฏิบัติในการป้องกันควบคุมโรค
ตลอดจนการงดให้บริการหากพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009

วันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

คนขอนแก่นแห้วชมสุริยคลาส ฟ้าครื้มแต่ไก่โห่

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-นักศึกษา มหาวิทยาลัยขอนแก่น
และประชาชนทั่วไปที่รอสังเกตและชมปรากฏการณ์สุริยุปราคา้ต้องผิดหวัง
เนื่องจากสภาพฝนฟ้าอากาศไม่เป็นใจ
ที่ขอนแก่นมีฝนตกตั้งแต่กลางดึกเมื่อคืนที่ผ่านมา
ทำให้ตั้งแต่เช้าที่ผ่านมา้ท้องฟ้าปิดไม่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าว

สภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ เนื่องจากมีฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนทีผ่านมา
ทำให้ตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ที่จังหวัดขอนแก่นท้องฟ้ายังคงปิด
ทำให้นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแ่ก่นที่ตั้งกล้องดาราศาสตร์
และจัดเตรียมแ่ผ่นโซล่า วิวเวอร์ หรือแว่นสำหรับดูดวงอาิทิตย์ไว้
เพื่อรอชมปรากฏการณ์สุริยุปราคาต็มดวง

แต่เมื่อฟ้าปิดนักศึกษาต่างบ่นรู้สึกเสียดาย
ที่ไม่ได้ชมปรากฏการณ์ธรรมชาตินี้ ทั้งที่ได้เตรียมพร้อมอย่างดี
เช่นเดียวกับประชาชนที่ตั้งใจรอชมปรากฏการณ์
โดยมีผู้สังเกตว่าวันนี้ฟ้าปิดนานผิดปกติ
แต่เมื่อเห็นว่าสภาพท้องฟ้าปิดเช่นนี้่ย่อมมองไม่เห็นปรากฏการณ์
สุริยคลาส หรือ "กบกินตะวัน" ตามภาษาท้องถิ่นแน่นอน ก็รู้สึกผิดวัง

อย่างไรก็ตามแม้ไม่ได้ชมด้วยตนเอง
ก็จะรอติดตมชมภาพข่าวจากการชมรากฏการณ์ของประเทศจีนหรือประเทศอื่นที่น่าจะ
ชมได้ชัดเจนมากกว่าเมืองไทย

สสส.หนุนผลิตการ์ตูนแจกเยาวชนต้านภัยไข้หวัด 2009

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - นักวิชาการ มข.เผยได้รับการสนับสนุนงบจาก
สสส.วิจัยศึกษาการผลิตสื่อการ์ตูนเพื่อรณรงค์สร้างสุขนิสัยสำหรับเด็กวัย
เรียน หวังภัยไข้หวัดใหญ่ 2009
พากษ์ด้วยเสียงภาษาถิ่นเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง
โดยหลังกระบวนการผลิตแล้วเสร็จพร้อมเผยแพร่ให้แก่องค์กรหน่วยงานต่างๆ
และโรงเรียนทั่วไป ที่สนใจ ใช้เป็นสื่อสอนเด็ก

สืบเนื่องจากความตื่นตัวขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน
รณรงค์สร้างกระแสให้ประชาชนหันมาสนใจเรื่องสุขนิสัย
เพื่อเป็นการต้านภัยไข้หวัด 2009 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในขณะนี้
ดังกรณีการแจกจ่ายเจลสำหรับล้างมือในสถานที่ต่างๆ นั้น
ทางสำนักเปิดรับทั่วไป
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเองก็ได้มีโครงการวิจัย
"การประยุกต์ใช้นวัตกรรมการสร้างเสริมสุขนิสัยและพฤติกรรมสุขภาพ
สำหรับเด็กวัยเรียน จังหวัดขอนแก่น"
ซึ่งถือเป็นการใช้นวัตกรรมที่มีส่วนในการป้องกันการแพร่ระบาดของไข้หวัด
2009 ได้อีกช่องทางหนึ่ง

รศ.ดร.พรรณี บัญชรหัตถกิจ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ผู้รับทุนโครงการวิจัยดังกล่าว เปิดเผยว่า
จากการศึกษาการสร้างเสริมสุขนิสัยของเด็กวัยเรียนที่ผ่านมา พบว่า
โรงเรียนส่วนใหญ่ยังขาดสื่อหรือนวัตกรรมที่จะใช้เพื่อเสริมสร้างสุขนิสัย
ตามสุขบัญญัติแห่งชาติ 10 ประการ ดังนั้น
โครงการจึงมีการสร้างนวัตกรรมเพื่อการสร้างเสริมลักษณะนิสัยขึ้น
โดยจำเป็นต้องใช้ทั้งภาพและเสียงที่เคลื่อนไหว

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นประสาทสัมผัส
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลรักษาร่างกายและของใช้ให้สะอาด,
การรักษาฟันให้แข็งแรงและแปรงฟันทุกวันอย่างถูกต้อง ฯลฯ ไปจนถึง
การล้างมือให้สะอาดก่อนกินอาหารและหลังขับถ่าย
ซึ่งน่าจะสอดรับกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัด 2009 ในเวลานี้

รศ.ดร.พรรณี ระบุว่าแม้จะอยู่ในช่วงของการดำเนินงานวิจัย
แต่ปัจจุบันทางโครงการได้ผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ในเด็กวัยเรียนเรียบร้อยแล้ว
โดยผลิตเป็น VCD การ์ตูน ที่มีเสียงภาษาท้องถิ่นเพื่อง่ายต่อการเข้าถึง
ซึ่งสามารถเผยแพร่ให้แก่องค์กรหน่วยงานต่างๆ และโรงเรียนอื่นๆ ที่สนใจ
เพื่อใช้เป็นสื่อสำหรับเด็กวัยเรียนถึงความสำคัญของสุขอนามัยต่อไป

ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถาม เพื่อขอรับ VCD
การ์ตูนดังกล่าวได้ที่ ทีมงานประชาสัมพันธ์ สำนัก 6 สสส.

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083270

สูญเสียอีกแนวร่วม พธม."อ.สมคิด เดชรัตน์" เชิญพี่น้องร่วมฌาปนกิจ 2 ส.ค.นี้

ศูนย์ข่าวขอนแก่น- "สมคิด เดชรัตน์" พันธมิตรฯ กู้ชาติ
รุ่นบุกเบิกเสียชีวิตแล้ว โดยอุบัติเหตุรถ จยย.ชนใกล้กับ ม.วลัยลักษณ์
เชิญชวนพี่น้องพันธมิตรฯ ที่คุ้นเคยร่วมฟังสวดพระอภิธรรม
พร้อมร่วมพิธีฌาปนกิจศพ วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.52 ณ วัดนิกรรังสฤษฏ์
อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง

นพ.เฉลิมชัย อภิญญานุรักษ์
แนวร่วมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.ขอนแก่น
ได้แจ้งข่าวประกาศให้พี่น้องพันธมิตรฯ ที่รู้จัก
หรือเคยร่วมกิจกรรมทางการเมืองกับ อาจารย์สมคิด เดชรัตน์
ซึ่งเคยเป็นนักศึกษาปริญญาเอก คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น(มข.)
รับทราบว่า ขณะนี้อาจารย์สมคิดได้เสียชีวิตแล้ว โดยเมื่อวันที่ 16
ก.ค.2552 ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 18.00 น.อาจารย์สมคิด ได้ประสบอุบัติเหตุ
ถูกรถจักรยานยนต์ชน ขณะกำลังขี่รถจักรยานใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
แพทย์ต้องทำการผ่าตัดถึง 2 ครั้งเพื่อช่วยเหลือ
แต่อาจารย์สมคิดเสียชีวิตในวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา

อาจารย์สมคิด เดชรัตน์ เป็นชาวตรังโดยกำเนิด ปัจจุบันอายุ 27 ปี
เข้าร่วมต่อสู้กับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มาตั้งแต่ปี 2548
จนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ อาจารย์สมคิด ได้เดินทางมาศึกษาต่อระดับปริญญาเอก
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เกี่ยวกับยีนมะเร็งท่อน้ำดี
จนสำเร็จการศึกษา ในเดือนเมษายน 2552
พร้อมกับบันทึกสดุดีการต่อสู้กู้ชาติของพันธมิตรฯ บนหน้าแรกวิทยานิพนธ์
ของตนเอง ก่อนเสียชีวิตอาจารย์สมคิดเป็นอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
จ.นครศรีธรรมราช

นพ.เฉลิมชัย กล่าวว่า
เป็นที่น่าเสียดายที่ต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าอย่างอาจารย์สมคิด
ไปในวัยที่ไม่สมควร นอกจากจะมีคุณค่าทางแวดวงการศึกษาด้านแพทย์ศาสตร์แล้ว
ยังเป็นการสูญเสียเพื่อนร่วมอุดมการณ์ของพี่น้องพันธมิตรฯที่มีจุดยืนทางการ
เมืองชัดเจนว่า ต้องการให้การเมืองใหม่เกิดขึ้นได้จริง
เพื่อแก้ปัญหาโกงกินสมบัติชาติของเหล่านักการเมืองขี้โกงในระบอบการเมืองแบบ
เก่า

"อยากจะขอเชิญชวนพี่น้องพันธมิตรจังหวัดขอนแก่น จังหวัดตรัง
จังหวัดนครศรีธรรมราช
และจังหวัดใกล้เคียงร่วมไว้อาลัยส่งดวงวิญญาณเพื่อนพันธมิตรผู้รักชาติ
รักสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างอาจารย์สมคิดไป
สู่สวรรค์อย่างพร้อมเพรียงกัน"

สำหรับ กำหนดการงานสวดพระอภิธรรม อาจารย์สมคิด เดชรัตน์ มีดังนี้
ตั้งสวดพระอภิธรรมศพทุกคืนที่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 1 ถนนสุนทรอุทิศ
ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ส่วนพิธีฌาปณกิจศพ
จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552 ที่วัดวัดนิกรรังสฤษฏ์
ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000083157

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

อุทยานวิทยาศาสตร์อีสานพร้อมหนุนภาคธุรกิจเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 กรกฎาคม 2552 15:46 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น-อุทยาน วิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
พร้อมหนุนธุรกิจทุกภาคส่วนใช้
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือพัฒนาธุรกิจสร้างศักยภาพการแข่งขัน
และผลักดันธุรกิจในภูมิภาคเติบโตอย่างยั่งยืน
ด้วยการอาศัยงานวิจัยเป็นตัวช่วย

เมื่อเร็วๆนี้ ที่ศูนย์ประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษก
มหาวิทยาลัยขอนแก่น อุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ร่วมกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) จัดงาน
"INSPIRED BY NORTHEASTERN SCIENCE PARK" ขึ้น
เพื่อนำเสนอผลการดำเนินงานในระยะที่ 1
และแสดงศักยภาพความพร้อมสู่แผนงานระยะที่ 2 ต่อหน่วยงานทั้งภาครัฐ
ภาคเอกชน และสาธารณชนให้ได้รับทราบถึงผลการดำเนินงานขององค์กร
อันส่งผลกระทบต่อท้องถิ่นให้เกิดการพัฒนาธุรกิจ
และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอย่างมั่นคง

รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย
อนุกรรมการและเลขานุการโครงการอุทยานวิทยาศาสตร์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฐานะตัวแทนอุทยานวิทยาศาสตร์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กล่าวถึงการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือว่า
เป็นการจัดตั้งขึ้นตามนโยบายคณะรัฐมนตรี ในสมัย พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์
เป็นนายกรัฐมนตรี
โดยมีมติให้ความเห็นชอบให้มีการจัดตั้งอุทยานวิทยาศาสตร์
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขึ้นเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550
และได้มอบหมายให้สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ทำหน้าที่ประสานและให้คำแนะนำในการดำเนินงาน

ทั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการส่งเสริมพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมโดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ซึ่งจะนำไปสู่สังคมแห่งภูมิปัญญาและการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพการแข็งขัน
ของประเทศ โดยได้ขยายศูนย์กลางการดำเนินงานมายังภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
และได้ให้สถาบันอุดมศึกษา 4 แห่ง อันคือมหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
และมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
ร่วมมือกันใช้ความสามารถในเชิงวิจัยเข้าไปส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรม
และบ่มเพาะผู้ประกอบการใหม่
โดยการสนับสนุนงบประมาณเบื้องต้นในการจัดตั้งจากรัฐบาล

รศ.ดร.กิตติชัย
เปิดเผยว่าปัจจุบันอุทยานวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ได้ดำเนินการวิจัย
และพัฒนาเพื่อยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 3
ปี (ปีพ.ศ. 2549-2552) ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุดของการดำเนินงานในระยะที่ 1
จึงได้จัดงาน "INSPIRED BY NORTHEASTERN SCIENCE PARK" ขึ้น ซึ่งมี
นายสุวิทย์ คุณกิตติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานเปิดงาน
พร้อมเชิญผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้บริหาร ผู้ประกอบการ
นักวิชาการ สื่อมวลชน นักเรียน นักศึกษาและผู้สนใจทั่วไป เข้าร่วมงาน

การจัดงานครั้งนี้
ได้รับเกียรติในการบรรยายพิเศษจากที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี
ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)
และรองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเครือเบทาโกร
ได้มาบรรยายพิเศษเกี่ยวกับทิศทางเศรษฐกิจไทย
พร้อมการเสวนาจากอดีตผู้บริหาร โซนี่มิวสิค (ประเทศไทย)
และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยแอร์เอเชีย จำกัด
ที่มาร่วมเปิดมุมมองแบบฉบับคิดให้ต่าง เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจ

ปิดท้ายด้วยการเสวนาวิสัยทัศน์ของนักธุรกิจรุ่นใหม่
โดยรองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด
(มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายปลากระป๋องตราปลายิ้ม และรองกรรมการผู้จัดการ
บริษัท แมพพ้อยท์เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด

นอกจากนี้ ในงานยังให้บริการให้คำปรึกษาด้านการตลาด
ด้านตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ ด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การจัดทำแผนธุรกิจ
การจับคู่ทางธุรกิจ การหาผู้ร่วมทุน และกิจกรรมอื่นๆ
ที่จะเป็นผู้ช่วยจุดประกายธุรกิจในทุกอุตสาหกรรมของภูมิภาคสู่ประตูที่ 9
เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข็งขัน และยกระดับเทคโนโลยี
นำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจต่อไป

แพทย์ มข.จัดคอนเสิร์ตช่วยผู้พิการเสียง - วางกรอบพัฒนาคุณภาพชีวิตให้เหมือนคนปกติ

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ห่วงผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงในภาคอีสาน หลังผ่าตัด
ต้องพลิกผันเป็นผู้พิการเสียง เหตุตัดกล่องเสียงทิ้งรักษาชีวิต
ระบุผู้พิการสื่อสารกับคนทั่วไปไม่ได้ กระทบโดยตรงกับสุขภาพจิตรุนแรง
ด้านทีมแพทย์รพ.ศรีนครินทร์ ตระหนักใช้แนวทางแก้ไขแบบครบวงจร
ยึดวิธีฝึกออกเสียงด้วยหลอดอาหารช่วยเหลือ มากว่า 25 ปี
ขณะที่ทุนทรัพย์หนุนกิจกรรมและค่าพาหนะผู้พิการเสียงไม่เพียงพอ
เตรียมจัดคอนเสิร์ต "ธารน้ำใจแด่ผู้ไร้กล่องเสียง" 28 สิงหาคมนี้

ผศ.นพ.ภัทรวุฒิ วัฒนศัพท์ อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า
โรคมะเร็งกล่องเสียงเป็นโรคมะเร็งที่ศีรษะและคอ
โดยบทบาทของโรงพยาบาลศรีนครินทร์
ถือเป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งศีรษะและคอ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
แต่ละปีมีผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงและโรคมะเร็งคอหอยส่วนล่าง
เข้ารักษาโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 80 คน

ปัจจัยและสาเหตุของโรคมะเร็งกล่องเสียง
สาเหตุหลักมาจากการสูบบุหรี่ ซึ่งสารพิษในควันบุหรี่
มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงเซลล์ จนทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสียง
ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเป็นเพศชายมากกว่าหญิง
โดยสถิติการเกิดโรคจะพบผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียง 2 คนต่อประชากร 1 แสนคน
และที่น่าสนใจ แนวโน้มจำนวนผู้ป่วยที่มารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ไม่ลดลง

จุดที่น่าเป็นห่วง ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียง
ที่ส่งต่อเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์นั้น มากกว่า 80%
ป่วยเป็นมะเร็งระยะลุกลามแล้ว ทำให้การรักษายากลำบาก
จำเป็นต้องผ่าตัดกล่องเสียงทิ้งรักษาชีวิตผู้ป่วยไว้
ผู้ป่วยหลังผ่าตัดจึงไม่สามารถพูดได้ แต่หากผู้ป่วยมารักษาในระยะแรก
ยังคงรักษาด้วยการยิงเลเซอร์ ไม่ต้องตัดกล่องเสียงออก

ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดกล่องเสียงออกไป
จะไม่สามารถพูดได้เหมือนคนปกติทั่วไป
ต้องได้รับการบำบัดฟื้นฟูให้สามารถใช้เสียงได้
โดยวิธีรักษาผู้ป่วยให้สามารถกลับมาพูดได้มี 3 วิธีคือ
การผ่าตัดเปิดช่องหลอดลม , การฝึกพูดโดยใช้หลอดอาหาร ,
และการพูดโดยใช้อุปกรณ์กล่องเสียงเทียม
โดยการรักษาผู้ป่วยของโรงพยาบาลศรีนครินทร์
จะเน้นวิธีฝึกพูดโดยใช้หลอดอาหารเป็นหลัก

ชี้พิการเสียงกระทบการดำรงชีวิต
ชูบำบัดเสียงด้วยสหสาขาวิชาชีพ

ด้านรศ.ดร.เบญจมาศ พระธานี อาจารย์ประจำภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า
ผู้ป่วยมะเร็งกล่องเสียงที่ผ่าตัดรักษาต้องตัดกล่องเสียงออก
กลายเป็นผู้พิการเสียงทันที ไม่สามารถสื่อสารด้วยวิธีพูดปกติได้
ที่ผ่านมาผู้พิการเสียง มักประสบปัญหา เกิดความทุกข์ทรมาน
กระทบโดยตรงต่อสุขภาพจิต เพราะ ไม่สามารถสื่อสารกับคนทั่วไปได้
ขอความช่วยเหลือลำบาก ผู้พิการเสียงบางรายถึงขั้นคิดฆ่าตัวตายก็มี

ขณะเดียวกันผู้ไร้กล่องเสียง ยังมีปัญหาสุขภาพด้านต่างๆ อาทิ
การกลับมาเป็นซ้ำของมะเร็งกล่องเสียง การดูแลทางเดินหายใจด้วยตนเอง
การดูแลสุขภาพหลังตัดกล่องเสียง การไอและป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ
ฯลฯ

โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
ตระหนักถึงปัญหาและมุ่งแก้ปัญหาให้ผู้ป่วยพิการเสียง
สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิต ดำเนินชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข
จึงริเริ่มโครงการพัฒนาระบบการฟื้นฟูผู้พิการทางการสื่อสารจากมะเร็งกล่อง
เสียงแบบครบวงจร มาตั้งแต่ปี 2527

เพื่อดูแลผู้ป่วยหลังการผ่าตัดมะเร็งกล่องเสียง แบบสหสาขาวิชาชีพ
ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยแบบองค์รวมเพียงแห่งเดียวในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
มีนักแก้ไขการพูด นักกายภาพบำบัด พยาบาล นักสังคมสงเคราะห์
มาร่วมช่วยเหลือผู้ป่วย
ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการตามนโยบายของคณะแพทยศาสตร์และตามพระราชบัญญัติคนพิการ
แห่งประเทศไทย

สำหรับการอบรมและฝึกพูดด้วยหลอดอาหารนั้น จะต้องฝึกเรอ
ให้ลมออกจากหลอดอาหารเป็นเครื่องมือในการออกเสียง รูปแบบการอบรม
จะมีวิธีฝึกพูดแบบตัวต่อตัว โดยนักแก้ไขการพูด พยาบาล
และผู้ไร้กล่องเสียงที่พูดด้วยหลอดอาหารได้คล่องแล้ว มาอบรมให้
ทั้งจะมีการจัดอบรมฝึกพูดเป็นกลุ่ม แบ่งระดับความสามารถของผู้ป่วยแต่ละคน
และมีวิทยากรประจำกลุ่ม

รศ.ดร.เบญจมาศ กล่าวต่อว่า โดยทั่วไปผู้ป่วยพิการเสียง
จะเดินทางมาอบรมฝึกพูดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ประมาณเดือนละ 1 ครั้ง
อย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะสามารถออกเสียงหรือพูดโดยหลอดอาหารได้
โดยปกติการอบรมจะใช้ระยะเวลาประมาณ 3-6 เดือน ผู้ป่วยจะสามารถเรอออกมาได้
ส่วนผู้ป่วยที่สามารถกลับมาใช้เสียงด้วยหลอดอาหารได้นั้น มีประมาณ 70%
ขึ้นอยู่กับเนื้อมะเร็งกล่องเสียงด้วย

อย่างไรก็ตาม
แม้การรักษาผู้พิการเสียงให้กลับมาใช้เสียงด้วยหลอดอาหารได้นั้น
จะมีสวัสดิการรัฐช่วยเหลือ ทั้งสิทธิ์จ่ายตรง ประกันสังคม หรือบัตรทอง
แต่ค่าพาหนะเดินทางของผู้พิการเสียงมาฝึกพูดที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์
รวมถึงเบี้ยเลี้ยงจ่ายครูฝึก และค่าใช้จ่ายอื่น
ล้วนเป็นค่าใช้จ่ายนอกเหนือการใช้สิทธิ์
เป็นภาระผู้ป่วยพิการเสียงและครอบครัว
ในหลายจังหวัดภาคอีสานที่มีฐานะค่อนข้างยากจน

เตรียมจัดคอนเสิร์ตธารน้ำใจแด่ผู้ไร้กล่องเสียง

สำหรับการช่วยเหลือ ได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือขึ้นมา
โดยที่มาของเงินช่วยเหลือได้จัดคอนเสิร์ตสมทบกองทุนไปเมื่อประมาณ 10
ปีที่ผ่านมา ขณะนี้เงินกองทุนเริ่มหมดลง ไม่เพียงพอต่อกิจกรรมช่วยเหลือ
ทางโครงการพัฒนาระบบการฟื้นฟูผู้พิการทางการสื่อสารจากมะเร็งกล่องเสียงและ
ชมรมผู้ไร้กล่องเสียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
จึงร่วมกันจัดคอนเสิร์ตการกุศลดนตรีสร้างสุข
"ธารน้ำใจแด่ผู้ไร้กล่องเสียง ครั้งที่ 2" ในวันศุกร์ที่ 28 สิงหาคมนี้

ณ ห้องประชุมมอดินแดง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เพื่อหาทุนทรัพย์สนับสนุนค่าพาหนะและการจัดกิจกรรม ด้านการดูแลตนเอง
การให้กำลังใจ การให้คำแนะนำปรึกษา ทั้งด้านร่างกาย
ด้านจิตใจและสังคมกับผู้ป่วยพิการเสียง อีกทั้งเป็นกิจกรรมสร้างความสุข
ผ่อนคลายให้แก่ผู้ไร้กล่องเสียงและผู้ร่วมกิจกรรมด้วย

รูปแบบคอนเสิร์ตครั้งนี้ เป็นแบบดนตรีบำบัด โดยไฮไลท์ของงาน
ได้รับเกียรติจากนักดนตรีบำบัด Kana Kamitsubo
นักเปียร์โนและนักดนตรีบำบัดมืออาชีพระดับโลก จาก สหรัฐอเมริกา
จะมาเล่นดนตรีบำบัด พร้อมด้วยอังศณา ช้างเศวต
และที่สำคัญมีผู้ไร้กล่องเสียงมาร่วมร้องบทเพลงด้วยหลอดอาหาร
ภายในเวทีคอนเสิร์ตนี้ด้วย

สำหรับผู้สนใจร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้
สามารถติดต่อซื้อบัตรชมคอนเสิร์ต ได้ที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
โทร 043-348396 หรือผู้สนใจต้องการร่วมบริจาคทุนทรัพย์ช่วยเหลือกิจกรรมชมรมผู้ป่วยพิการไร้
กล่องเสียงได้ที่ กองทุนชมรมผู้ไร้กล่องเสียงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
บัญชีออมทรัพย์เลขที่ 551-291456-7 ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขามหาวิทยาลัยขอนแก่น


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000081524

เล็งตั้งสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟที่ฝูงบิน 237 อ.น้ำพอง

ศูนย์ข่าวขอนแก่น- กมธ.คมนาคม
ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องการพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237
และการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ ที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
เพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งเชิงพาณิชย์
พร้อมนัดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมระดมความคิดเห็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายปัญญา ศรีปัญญา
ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร นำทีมคณะกรรมาธิการคมนาคม
ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องการพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237
และการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ ที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
เป็นศูนย์กลางขนส่งเชิงพาณิชย์
การประชุมเพื่อพิจารณาโครงการดังกล่าวครั้งนี้คณะกรรมาธิการคมนาคม
สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมระดมการคิดเห็น

ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม
มีนโยบายเปิดเสรีการบินและส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการที่จะพัฒนาท่าอากาศบานฝูงบิน 237
เป็นสนามบินสาธารณะเพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปนั้น
สามารถดำเนินการได้ ดังเช่นที่กรมการขนส่งทางอากาศ และ บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)

โดยล่าสุด ศูนย์ควบคุมการบินรับทราบแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
สามารถสร้างเพิ่มอีกแห่ง จากที่ปัจจุบันสนามบินขอนแก่น
รองรับความต้องการผู้โดยสารไม่เพียงพอ มองว่า อีก 4-5 ปี
ตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นจะขยายตัวมากกว่านี้
การลงทุนช่วงนี้น่าจะสามารถลดคอสต์ก่อสร้างได้

สำหรับการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานฝูงบิน 237
เพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างและพัฒนาเพื่อให้เกิดความ
พร้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก
และสนามบินอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับชุมชนใกล้เคียงในเรื่อง
เสียงและมลพิษทางอากาศ
ขณะที่ในพื้นที่ดังกล่าวมีท่าอากาศยานที่อยู่ในระยะใกล้เคียงกันถึง 2
แห่งที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว
และท่าอากาศยานเหล่านี้ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มขีดความสามารถ

ดังนั้น หากจะพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237 ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง
อาจทำให้เกิดปัญหากับท่าอากาศยานฝูงบิน 237 เอง
และท่าอากาศยานที่มีอยู่เดิมบริเวณใกล้เคียงใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มขีดความ
สามารถ และนำไปสู่ปัญหาการขาดทุนเหมือนที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานภูมิภาคจำนวนกว่า
20 แห่งทั่วประเทศ

ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่
ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
อาจไม่สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศและโลกที่ยังชะลอตัว
จึงต้องมีการระดมความเห็นพิจารณาถึงความจำเป็นอย่างรอบด้านอีกหลายครั้ง
โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุน
และประโยชน์ในภาพรวมที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสีย และสังคม ประเทศ
โดยรวม


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000081198

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สินค้าลิขสิทธิ์เถื่อนเกลื่อนตลาดภาคอีสาน ขอนแก่นออเดอร์กระฉูด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2552 15:55 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - กรมทรัพย์สินทางปัญญา
สั่งเช็กบิลพื้นที่สีเหลืองเขตภาคอีสาน
หลังพบออเดอร์สินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ขยายตัวเพิ่ม โดยเฉพาะ จ.ขอนแก่น
มีปัญหามากกว่าพื้นที่อื่น ล่าสุด ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง
รวมพลังกวาดล้างสินค้าเถื่อนหวังให้สิ้นซาก

นางปัจฉิมา ธนสันติ รองอธิบดีกรมทรพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า
ปัจจุบันสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีการลักลอบผลิตเพิ่มมากขึ้นทุกปี
สาเหตุอันเนื่องมาจากสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ทำได้ง่าย
แต่ได้ผลลัพธ์ด้านกำไรกลับมาเป็นเงินจำนวนมหาศาล
โดยปีที่ผ่านมาสามารถจับกุมผู้ที่มีสินค้าละเมิดสิทธิ์ไว้ในครบครองกว่า
500 ราย คิดเป็นเม็ดเงินสะพัดในตลาดมากกว่า 1,500 ล้านบาท

พื้นที่อันตราย หรือ พื้นที่สีเหลือง ที่พบจะมี 6 จังหวัด 19 จุด
ประกอบด้วย จ.กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี จ.ปทุมธานี จ.นครราชสีมา จ.ขอนแก่น
และ จ.ราชบุรี ส่่วนใหญ่แหล่งผลิตจะอยู่ตามแนวตะเข็บชายแดน
ขณะที่แหล่งผลิตใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า
สำหรับการละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าทางปัญญาในพื้นที่อีสานนั้น
ตำรวจสามารถขยายผล และพบว่า จังหวัดขอนแก่น มีการสั่งออเดอร์มากที่สุด
นับเป็นพื้นที่สีเหลืองที่จำเป็นต้องกวาดล้างให้เร็วที่สุด
โดยมีมาตรการที่สำคัญ คือ การควบคุมการนำเข้าเครื่องจักรผลิตซีีดี
ควบคุมการผลิตซีดี ควบคุมการค้าปลีก ควบคุมการนำเข้าและส่งออก
รวมทั้งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
ในการลงทุน

ล่าสุด กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ร่วมมือกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
,หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวของ
ลงพื้นที่ภาคอีสานเปิดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ
เรื่องการป้องกันและปราบปรามการละเมิทรัพย์สินทางปัญญา

การจัดสัมมนาในครั้งนีมีวัตถุประสงค์
เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 4
ให้มีความเข้าใจในนโยบายของรัฐบาล กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ
และปฏิบัติในการดำเนินคคีเพื่อให้การปฏิบัตงานเป็นไปโดยถูกต้องและเป็นธรรม
และเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาล
ในการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยบังคับใช้
กฎหมายที่เกี่ยวข้องทุกฉบับอย่างเคร่งครัด อาทิ กฎหมายว่าด้วยศุลกากร
กฎหมายว่าด้วยภาษีอากร และกฎหมายว่าด้วยภาพยนตร์และวิดีทัศน์
ซึ่งเชื่อว่าการสัมนาครั้งนี้จะส่วนในการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย
ให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น

"เอเจล" รุกกิจกรรมภูธรเปิด "เติมท้องให้น้องอิ่ม" ยั่งยืน ร.ร.ห่างไกลโคราช

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2552 16:36 น.
ศูนย์ข่าวนครราชสีมา- "เอเจล" รุกกิจกรรมภูธรเปิดโครงการ
"เติมท้องให้น้องอิ่ม" อาหารกลางวันแบบยั่งยืน ที่โรงเรียนวังโรงใหญ่
อ.สีคิ้ว โคราช มุ่งหวังปลูกฝังการให้แบบยั่งยืน
ด้วยวิถีชีวิตแบบพอเพียงและให้โอกาสเด็กเยาวชน-ชุมชนในชนบทห่างไกลมีคุณภาพ
ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พร้อมมอบทุนการศึกษากว่า 1.3 แสนบาท

วันนี้ (16 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า
ที่โรงเรียนบ้านวังโรงใหญ่สามัคคี ต.วังโรงใหญ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
นายประหยัด เจริญศรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา
เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ "เติมท้องให้น้องอิ่มกับ เอเจลแคร์"
โดยมีนายเกล็น เจนเซ่น ผู้ก่อตั้งบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
บริษัท เอเจล เอ็นเตอร์ไพรส์ แอล แอล ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา
ในฐานะผู้ก่อตั้ง มูลนิธิเอเจล แคร์ และคณะผู้บริหารบริษัท เอเจล
เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด รวมทั้งเหล่าอาสาสมัครเอเจล แคร์
คณะครู และนักเรียนโรงวังโรงใหญ่สามัคคี เข้าร่วมพิธีจำนวนมาก

นายชัยวัฒน์ ชัยจินดาวัธน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอเจล
เอ็นเตอร์ไพรส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในฐานะผู้อำนวยการโครงการเอเจลแคร์
กล่าวว่า โครงการ เอเจล แคร์
เป็นกิจกรรมที่บริษัทจัดขึ้นเพื่อช่วยเหลือคนในชุมชนห่างไกลให้ได้รับโอกาส
ที่จะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
โดยได้จัดโครงการอาหารกลางวันแบบยั่งยืนให้เกิดขึ้นในโรงเรียน
และให้ความรู้ความเข้าใจแก่เด็กและเยาวชนรวมถึงคนในชุมชน
เรื่องการทำเกษตรแบบพอเพียง การโภชนาการและสุขภาพอนามัยที่ถูกต้อง

กิจกรรมในโครงการ "เติมท้องให้น้องอิ่ม"
ที่โรงเรียนวังโรงใหญ่สามัคคี ประกอบด้วย การปล่อยพันธุ์ปลาจำนวน 10,000
ตัว, การปลูกไม้ผลและพืชผักสวนครัว,
การมอบกิจกรรมประปาโรงเรียนและการส่งมอบกิจกรรมงานอาชีพ (การตัดผมชาย)
ให้แก่ทางโรงเรียน และการมอบทุนการศึกษาโดย นายเกล็น เจนเซ่น จำนวน
135,000 บาท ให้แก่ทางโรงเรียนด้วย

"ขณะเดียวกัน
ทางโครงการยังได้จัดหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกมาให้บริการกับประชาชนในชุมชน
เพื่อจะได้ตรวจสุขภาพอนามัย และรักษาอาการเจ็บป่วยให้ด้วย" นายชัยวัฒน์
กล่าว

นายชัยวัฒน์กล่าวอีกว่า เอเจล แคร์ ได้ดำเนินโครงการ
"เติมท้องให้น้องอิ่ม" กับโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศจำนวน 5 แห่ง แล้ว
และจะขยายเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เด็กและเยาวชนในโรงเรียนต่างๆ
ที่อยู่ชนบทห่างไกลได้รับโอกาสที่ดี
ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการยั่นยืนโรงเรียนสามารถบริหารจัดการต่อไปได้
โดยมีคณะทำงานของโครงการเอเจลแคร์
ออกมาติดตามความคืบหน้าของโครงการอย่างต่อเนื่อง และไม่ทอดทิ้ง

สำหรับโครงการเอเจล แคร์ ก่อตั้งขึ้น
เพื่อเป็นการปลูกจิตสำนึกให้สมาชิกของโครงการและบุคคลทั่วไป
โดยเฉพาะกับผู้ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ มีความตระหนักถึงการคืนสิ่งดี
ๆ สู่สังคมด้วยวิธีการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ผู้เดือดร้อน
และผู้เจ็บป่วยในสังคมไทย
ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้มีความรู้ด้วยโภชนาการอย่างถูกต้อง
รวมถึงการดูแลสุขภาพอย่างถูกวิธี โดยโครงการที่เริ่มดำเนินการแล้ว เช่น
โครงการสานฟันเพื่อน้อง, แบ่งสันปันสุขสู่โรงเรียนน้อง,
เติมไออุ่นให้น้อง, มอบทุนการศึกษาสร้างอนาคตสร้างปัญญา และ
โครงการมอบความสุขสู่น้อง ด้วยการบริจาคหนังสืออุปกรณ์การเรียน

"โดยแต่ละโครงการที่จัดขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการเสริมสร้างโอกาสเพื่อ
พัฒนาศักยภาพ และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของเด็กในสังคมไทย" นายชัยวัฒน์
กล่าว


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000080512

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

นครขอนแก่นแจกหน้ากากอนามัยครู-นร.-ชุมชนป้องกันหวัดมรณะ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 16 กรกฎาคม 2552 12:57 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น -
จังหวัดขอนแก่นจัดกิจกรรมรรงค์ทำความสะอาดโรงรียนป้องกันการแพร่ะบาดโรคไข้
หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 ในหลายโรงเรียน
ขณะที่เทศบานครขอนแก่นเหมาซื้อหน้ากากอนามัยแจกครูันักเรียนและชาวชุมชนใน
เขตเทศบาลกว่า 100,000 ชิ้น

นายอนุูล ตังคณานุกูลชัย รองผู้ว่าาชการจังหวัดขอนแก่น
นำคณะผู้บริหารเทศบาลนครขอนแก่น
เปิดงานรณรงค์ทำความสะอาดโรงเรียนเพื่อป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ที่โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ ต.ในเมือ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
โดยมีนักเรียน ผู้นำชุมน และชาวชุมชนเทศบาลบ้านหนองใหญ่ร่วมกิจกรรมด้วย

นายจุลนพ ทองโสภิต รองนายกเศมนตรี ฝ่ายสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
กล่วว่า ทางเทศบาลนครขอแก่น ได้นำรถดับเพลิงมาฉีดน้ำชะล้างทำความสะอาดถนน
อาคารเรียนและโรงอาหารเพื่อทำความสะอาด
พร้อมกับให้นักเรียนมีส่วนร่วมได้ช่วยกันเช็ดถูโต๊ะเก้าอี้นักเรียน
เป็นการป้องกันการแพร่กระจายของโรค

พร้อมกันนี้ สำนักงานรสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม เทศบาลครขอนแก่น
ยังได้จัดซื้อหน้ากากอนามัยแบบผ้าที่ใช้แล้วสามารถนำไปซักเพื่อนำกลับมาใช้
ใหม่ได้อีก จำนวนกว่า 100,000 ชิ้น เพื่อมอบให้นักเรียน ครู และชาวชุมชน
ซึ่งเป็นประชากรของเทศบาลนครขอนแก่นคนละ 1 ชิ้น
พร้อมขอความร่วมมือผู้ปกครองดูแลตัวเองและบุตรหลานอย่างใกล้ชิด
ให้สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่มาโรงเรียน และไปตามที่ชุมชน ร้านค้า
ห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

สำหรับ กิจกรรมรณรงค์ทำความสะอาดโรงเรียนครั้งนี้จังหวัดขอนแก่น
โดยนายพยัต ชาญประเสริฐ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ได้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้ว่าราชการจังหวัด
เปิดโครงการรณรงค์ป้องกันและควบคุมโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
โดยรณรงค์ให้โรงเรียนต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น ทำความสะอาดโรงเรียนตนเอง
และกำชับนักเรียนรักษาสุขภาพ สวมหน้ากากอนามัย กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง
หากมีอาการปวย มีไข้ ให้รีบพบแพทย์เป็นการด่วน

หวัด 2009 ทำคอนเสิร์ตการกุศลวันศรีนครินทร์ เลื่อนไม่มีกำหนด

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 15 กรกฎาคม 2552 16:43 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - หวัด 2009 ระบาดในพื้นที่เมืองหมอแคน
กระทบแผนจัดคอนเสิร์ตวันศรีนครินทร์ ต้องเลื่อนไม่มีกำหนด
ป้องกันการแพร่ระบาด ส่วนคอนเสิร์ตธารน้ำใจผู้ไร้กล่องเสียง
ต้องรอการสั่งการของภาครัฐ ด้านสถานการณ์ผู้ป่วยหวัด 2009
มีผู้ป่วยทั้งหมด 346 ราย ต้องนอนพักรักษาตัวโรงพยาบาบ 39 ราย
ในจำนวนมีเข้าขั้นโคม่า 1 ราย

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ที่ระบาดไปทั่วประเทศ ส่งผลกระทบต่อการจัดกิจกรรมต่างๆ
ต้องระงับไว้เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรค เช่นเดียวกับที่จังหวัดขอนแก่น
ที่มีกำหนดจัดคอนเสิร์การกุศลเพื่อวันศรีนครินทร์ กำหนดจัดขึ้นในวันที่
25 ก.ค.นี้ โดยสมาคมศิษย์เก่าแพทย์ขอนแก่น และสโมสรนักศึกษาคณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น ต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด

พญ.โฉมพิลาศ จงสมชัย ผู้ช่วยคณบดี ฝ่ายพัฒนานักศึกษา
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในฐานะประธานจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล
เพื่อวันศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า การจัดงานวันศรีนครินทร์ วันที่ 18
ก.ค.ยังคงจัดเหมือนเดิม แต่คอนเสิร์ตต้องเลื่อนไปไม่มีกำหนด
แม้ว่าขณะนี้มียอดจองบัตรคอนเสิร์ตแล้วกว่าร้อยละ 50
แต่เพื่อวามปลอดภัยของผู้ชม และศิลปิน จึงต้องเลื่อนการจัดคอนเสิร์ตออกไป

การจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ ได้เชิญศิลปินชื่อดัง "โต๋" ศักดิ์สิทธิ์
เวชสุภาพร พร้อมศิลปินรับเชิญ ได้แก่ "แก้ม" เดอะสตาร์
ที่ล่าสุดป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009 เช่นกัน
ขณะนี้อยู่ระหว่างการพักรักษาตัว

ทั้งนี้ หากมีการติดเชื้อขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการเรียนของนักเรียน
นักศึกษาที่เป็นกลุ่มแฟนคลับของโต๋ อีกทั้งผู้จัดงานเป็นองค์กรแพทย์
จึงอยากให้ทุกคนตระหนักว่าการรู้เท่าทันและป้องกันโรคเป็นแนวทางป้องกันการ
แพร่ระบาดได้ดีที่สุด ส่วนตั๋วคอนเสิร์ตจะเปิดให้คืนตั๋วในระหว่างวันที่
20-31 ก.ค.นี้ ที่ประชาสัมพันธ์ โรงพยาบาลรีนครินทร์ ม.ขอนแก่น

ขณะเดียวกัน ผศ.นพ.ภัทรวุฒิ วัฒนศัพท์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ รศ.ดร.เบญจมาศ พระธานี
ในฐานะประธานการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล "ธารน้ำใจ แค่ผู้ไร้กล่องเสียง"
ซึ่งกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 28 สิงหาคมนี้
เพื่อหาทุนช่วยเหลือผู้ป่วยไร้กล่องเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
เปิดเผยว่า ต้องดูสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ สายพันธุ์ใหม่
2009 และการสั่งการของรัฐบาล
เพื่อกำหนว่าจะมีการเลื่อนการจัดงานออกไปหรือไม่

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล
รองนายแพทย์สาธารณสุขังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า มีผู้ป่วยติดเชื้อทั้งหมด
346 ราย เป็นผู้ป่วยที่ต้องเฝ้าระวัง นอนพักรักษาตัวยู่ที่โรงพยาบาล
ทั้งสิ้น 39 รายมีผู้ป่วยที่มีอาการน่าห่วงมากที่สุด 1 ราย เป็นชายชาว
จ.ขอนแก่น

ขณะนี้กำลังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์
แพทย์ต้งเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด
เนื่องจากผู้ป่วยอาการหนักมีโรคแทรกซ้อนแล้วเกิดอาการปอดบวมอย่างรวดเร็ว
และปอดติเชื้อรุนแรง ประกอบกับอยู่ในกลุ่มเสี่ยงมีน้ำหนักตัวมากถึง 150
กิโลกรัม

ส่วนกรณีเด็กนักเรียนในเขต อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่ป่วยเป็นไข้หวัด
2009 จำนวน 5 ราย ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น
จนต้องมีการปิดโรงเรียนในเขตเทศบาลนครขอนแก่นถึง 3 แห่ง
ขณะนี้มีอาการดีขึ้นแล้ว แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้

วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

โชวห่วย 3 จว.อีสานรวมพลังต้านเทสโก้โลตัส

ศูนย์ข่าวขอนแก่น- โชวห่วย 3 จังหวัด ขอนแก่น อุดรธานี ชัยภูมิ
รวมพลังสร้างเครือข่ายไม่เอา "เทสโก้ โลตัส" หลังถูกทุนข้ามชาติ
รุกหนักใช้ "โลตัส เอ็กซ์เพรส"
แชร์ตลาดค้าปลีกผุดสาขาขนาดเล็กในย่านชุมชนหลายอำเภอ
ระบุทุนท้องถิ่นเสียเปรียบทุกมิติ ทั้งขอความเห็นใจจากสังคม
ชี้วางมาตรการต้านยื่นหนังสือค้านต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ควบคู่ทำความเข้าใจกับประชาชนและผู้ค้าย่อยในพื้นที่
ถึงที่สุดต้องรวมตัวยื่นหนังสือถึงพ่อเมือง
ขอความเป็นธรรมยับยั้งห้างต่างชาติจนกว่าจะมี พ.ร.บ.ค้าปลีก
กำกับการแข่งขัน

พลันที่ห้างเทสโก้ โลตัส รุกหนักขยายสาขาสู่ต่างจังหวัด
แม้จะถูกคัดค้านจากผู้ประกอบการในพื้นที่ และถูกกฎหมายผังเมืองควบคุม
ขนาดธุรกิจเอาไว้ แต่เทสโก้ โลตัส ไม่ได้ละความพยายาม
ปรับกลยุทธ์ลดขนาดธุรกิจลงให้สอดคล้องกับกฎหมายผังเมือง
ให้มีพื้นที่ขายไม่เกิน 300 ตารางเมตร เปิดสาขาย่อยในย่านชุมชน
จนเกิดกระแสต่อต้านทุนค้าปลีกข้ามชาติรายใหญ่ขึ้นมาอีกครั้ง

โดยเฉพาะกรณีปัญหาที่ จ.ขอนแก่น เทสโก้ โลตัส
ได้ยื่นหนังสือขออนุญาตเปิดห้าง ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันในหลายพื้นที่
ทั้งอำเภอเมืองหลายสาขา อ.ภูเวียง อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น
รวมถึงอำเภออื่นก็มีกระแสข่าวจะขออนุญาตปรับพื้นที่เปิดห้างเทสโก้ โลตัส
ขนาดเล็ก แต่ยังไม่ดำเนินการขออนุญาตจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
จึงเกิดกระแสคัดค้านการเปิดห้างเทสโก้ โลตัสขึ้นในพื้นที่อย่างเข้มข้น

ล่าสุด เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ ประกอบการค้าปลีก (โชวห่วย)
ได้หารือกันถึงสถานการณ์ปัญหา ที่ อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น โดยมีร้านโชวห่วย
จาก 10 อำเภอ 3 จังหวัด ประกอบด้วย อ.เมือง อ.ชุมแพ อ.บ้านไผ่
อ.หนองสองห้อง อ.ภูเวียง อ.พล จ.ขอนแก่น อ.ภูเขียว จ.ชัยภูมิ อ.โนนสะอาด
อ.ศรีธาตุ และอ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี
ร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ทำงานและหาแนวทางการต่อต้านห้างเทสโก้ โลตัส


นาย นริศ จรรยานิทัศน์ ผู้ประกอบการค้าปลีกจาก อ.บ้านไผ่
ในฐานะเลขาธิการชมรมผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระจังหวัดขอนแก่น
เปิดเผยว่า ร้านโชวห่วยทั้ง 3 จังหวัด
มีความเห็นร่วมกันที่จะสร้างเครือข่ายต่อต้านห้างเทสโก้ โลตัส
ทุนค้าปลีกข้ามชาติรายใหญ่ รุกคืบใช้ความได้เปรียบในช่วงที่ไม่มี
กฎหมายค้าปลีกเข้ามากำกับการแข่งขัน
รุกเปิดสาขาขนาดเล็กในพื้นที่ขายไม่เกิน 300 ตารางเมตรในหลายอำเภอ

การเปิดเทสโก้ โลตัส ในท้องถิ่น เป็นการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
เทสโก้ โลตัส ได้เปรียบร้านโชวห่วยทุกมิติ ทั้ง สายป่านธุรกิจ
การบริหารจัดการ อำนาจการต่อรอง รูปแบบธุรกิจ กลยุทธ์ด้านราคา ฯลฯ
การเปิดห้างโลตัสจะทำให้ผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่นั้น
ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง จนต้องปิดกิจการลงในที่สุด

"ผู้ค้ารายย่อยไม่ปฏิเสธว่าการเปิดห้างเทสโก้ โลตัส
ส่วนหนึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์ซื้อสินค้าในราคาต่ำกว่าร้านโชว
ห่วยทั่วไป แต่หากมองผลกระทบระยะยาว เมื่อกิจการรายย่อย
ต้องล้มหายไปจากระบบ จะมีผู้กำหนดราคาเพียงไม่กี่ราย กุมอำนาจทางการค้า
สามารถกำหนดราคา ตักตวงผลประโยชน์ลักษณะใดก็ได้" นายนริศกล่าวและว่า

ประเด็น ปัญหาดังกล่าว
ร้านโชวห่วยทุกอำเภอจะตั้งทีมเฉพาะกิจขึ้นมาเพื่อทำความเข้าใจถึงปัญหาผล
กระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ค้ารายย่อยให้ครอบคลุมทุกกิจการ
พร้อมกับเร่งทำความเข้าใจแก่ประชาชนรายย่อยที่ต้องการให้เทสโก้
โลตัสเปิดห้าง ให้รับทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะผลกระทบระยะยาวที่มีค้าปลีกรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย
กุมอำนาจค้าปลีกในพื้นที่

ควบคู่กับมาตรการคัดค้าน โดยร้านโชวห่วยแต่ละพื้นที่จะร่วมกัน
ทำหนังสือยับยั้งการขออนุญาตปรับพื้นที่ของเทสโก้ โลตัส
แก่ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เจ้าของพื้นที่ เช่น
นายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรีแต่ละแห่ง
รวมถึงยื่นหนังสือคัดค้านไปยังนายอำเภอเจ้าของพื้นที่ด้วย
ล่าสุดดำเนินการไปแล้วประกอบด้วย อ.น้ำพอง อ.หนองสองห้อง อ.พล อ.ภูเขียว
ส่วนอำเภออื่นที่ยังไม่มีการยื่นขออนุญาต
จะเฝ้าระวังกับผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด

นายนริศกล่าวต่อว่า การ รุกของห้างเทสโก้ โลตัส
ส่งผลกระทบกับประชาชนอย่างรุนแรง
เป็นปัญหาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องเข้ามาดูแลให้เกิดความเป็นธรรม
โดยร้านโชวห่วยทุกอำเภอที่ได้รับความเดือดร้อน
จะรวมตัวกันหน้าศาลากลางจังหวัดขอนแก่น
เพื่อยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
ให้เข้ามาดูแลปัญหาความเดือดร้อนของกิจการโชวห่วยในพื้นที่ปกครองของตนเอง

โดยเฉพาะประเด็นการเร่งเปิดห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส
ในช่วงที่ยังไม่มี พ.ร.บ.ค้าปลีกออกมากำกับดูแล
ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อกิจการรายย่อยในท้องถิ่น
จะเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น
และจังหวัดอื่นที่ได้รับความเดือดร้อน
ให้ใช้อำนาจยับยั้งการเปิดห้างไว้ก่อน จนกว่าจะมี
พ.ร.บ.ค้าปลีกออกมากำกับการแข่งขัน

สำหรับกระแสการเปิดห้างโลตัส เอ็กซ์เพรส
เฉพาะในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น มีกระแสข่าวว่าจะเปิดไม่ต่ำกว่า 10 สาขา
ตามย่านชุมชนขนาดใหญ่ และที่ชัดเจนที่ได้ปรับปรุงพื้นที่ไปแล้วคือ
บริเวณชุมชนตลาดหนองใหญ่ และย่านชุมชนสามแยกบ้านดอน
ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น รวมถึงการขออนุญาตปรับพื้นที่ใน อ.ภูเวียง
อ.หนองสองห้อง และอ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

ทั้งที่มีสาขาหลักเต็มรูปแบบ 1 สาขา บนถนนมิตรภาพ อ.เมือง
จ.ขอนแก่น และตลาดสดเทสโก้ โลตัส ที่เปิดดำเนินการไปแล้ว
ภายในห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่า ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น และตลาดสดโลตัส
อ.พล จ.ขอนแก่น


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000079745

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

กวดวิชาขอนแก่นปิดยาว 2 สัปดาห์หลายเสียงไม่เชื่อตัดวงจรหวัดใหญ่ฯ ได้

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - หลังรัฐบาลประกาศปิดโรงเรียนกวดวิชายาวเริ่ม 13-27
ก.ค. ล่าสุดสถาบันกวดวิชาหลายแห่งในจังหวัดขอนแก่น
ได้ปิดการเรียนการสอนตามคำสั่ง
โดยบางแห่งถือโอกาสปิดต่อเนื่องวันหยุดเข้าพรรษา
พ่อค้าแม่ค้าขายของหน้ากวดวิชากระทบขาดรายได้ 2 สัปดาห์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถาบันกวดวิชาในจังหวัดขอนแก่น ราว 20
แห่ง ได้ปิดประกาศปิดการเรียนการสอนยาว 2 สัปดาห์
ตามที่รัฐบาลได้มีคำสั่งก่อนหน้านี้ให้ปิดสถาบันกวดวิชาทั่วประเทศ
ซึ่งเชื่อว่าเป็นแหล่งสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่
2009 แม้ว่าจะมีหลายเสียงออกมาคัดค้าน
เนื่องจากไม่เชื่อว่าการปิดโรงเรียนกวดวิชา จะเป็นการตัดวงจรของโรคได้
ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาไม่ถูกจุด
ทำให้นักเรียนจำนวนมากที่ต้องพึ่งสถาบันกวดวิชาติวในช่วงใกล้สอบเก็บคะแนน
กลางภาค ต้องประสบปัญหาเดือดร้อน
นอกจากนี้พ่อค้าแม่ค้าที่เคยนำรถเข็นขายของ อาทิ ลูกชิ้น
ผลไม้และขนมทั่วไป มาขายหน้าสถาบันกวดวิชา
ได้รับความเดือดร้อนต้องหยุดขายของชั่วคราวเช่นกัน
จนกว่าโรงเรียนจะเปิดในวันที่ 28 หรือ บางแห่งกำหนดเปิดวันที่ 29
ก.ค.ทำให้ต้องขาดรายได้ไปถึง 2 สัปดาห์

สำหรับสถาบันกวดวิชาในจังหวัดขอนแก่น มีทั้งติวเฉพาะรายวิชา อาทิ
คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เคมี และฟิสิกส์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีสถาบันติวเพื่อสอบเข้า ทั้งระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา
และระดับอุดมศึกษามีทั้งเป็นของท้องถิ่นที่มีชื่อเสียง
และเป็นสาขาของสถาบันกวดวิชารายใหญ่จากกรุงเทพฯ รวมกว่า 20 แห่ง

โดย บางแห่งได้ถือโอกาสปิดการเรียนการสอนต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงวันหยุดอาสาฬหบูชา
และวันเข้าพรรษา โดยปิดโรงเรียนยาวระหว่างวันที่ 9-28 ก.ค.52 รวม 20 วัน

http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000078949

ซื้อขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งที่ขอนแก่นวันแรกไม่คึก

ศูนย์ข่าวขอนแก่น -
บรรยากาศซื้อขายพันธบัตรไทยเข็มแข็งวันแรกสำหรับผู้สูงอายุ
ที่จังหวัดขอนแก่น ไม่คึกคักจากความไม่สะดวกในการเดินทางของผู้สูงอายุ
ด้านแบงก์พาณิชย์เผยการเปิดจำหน่ายวันแรกเป็นไปอย่างราบรื่น
คาดในการจำหน่ายรอบที่ 2 สำหรับประชาชนทั่วไปน่าจะคึกคักขึ้น

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการซื้อขายพันธบัตรไทยเข้มแข็งตามธนาคาร
พาณิชย์หลายแห่งในจังหวัดขอนแก่นตั้งแต่เช้าวันนี้ (13 ก.ค.)
มีผู้สูงอายุตลอดจนญาติที่นำเอกสารมาดำเนินการแทน
เนื่องจากผู้สูงอายุส่วนหนึ่งไม่สะดวกในการเดินทางมาซื้อพันธบัตรไทยเข้ม
แข็ง ซึ่งวันนี้จำหน่ายเป็นรอบสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
ไม่คึกคักมากนัก

นางพัชราภรณ์ ทับทิม ผู้จัดการธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนประชาสโมสร
จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่ามีผู้สูงอายุเดินทางมาเพื่อซื้อพันธบัตรตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยง
วันนี้ ราว 10-20 ราย ซึ่งส่วนใหญ่จะมีบุตรหลานมาด้วย
ขณะที่บางคนจะมาแทนคุณตาคุณยาย เนื่องจากอายุมาก เดินทางไม่สะดวก
ซึ่งที่ธนาคารกรุงเทพไม่มีปัญหาใดๆ การเปิดจำหน่ายเป็นไปอย่างราบรื่น
เนื่องจากทางธนาคารได้มีการแนะนำลูกค้าที่มาใช้บริการก่อนหน้านี้
ทั้งลูกค้าผู้สูงอายุและลูกค้าที่มีญาติผู้สูงอายุ
ที่สนใจจะซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งไว้

โดยได้แนะนำถึงวิธีการและขั้นตอน ตลอดจนการเตรียมเอกสาร
ทำให้เมื่อถึงเวลาเปิดจำหน่ายจริง จึงสะดวกรวดเร็วสำหรับลูกค้า

อย่างไรก็ตาม
ยืนยันได้ว่าผู้ซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็งในรอบนี้ไม่มีลูกค้ารายใหญ่แต่อย่าง
ใด โดยส่วนมากจะเป็นข้าราชการบำนาญ และผู้สูงอายุที่มีเงินเก็บบ้าง
ซึ่งคาดว่าในการเปิดจำหน่ายพันธบัตรรอบที่ 2
สำหรับประชาชนทั่วไปและผู้มีสิทธิ์ซื้อ วันที่ 15
ก.ค.นี้น่าจะคึกคักยิ่งขึ้น

วันเสาร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

เลิกเหล้า! เปลี่ยนชีวิต "ลุงพล" กลายเป็นนักรณรงค์เลิกเหล้าแห่งเมืองหมอแคน

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - "ลุงพล" ชาวขอนแก่น จากนักดื่มเหล้าตัวพ่อมาร่วม 30
ปี ณ วันนี้กลายเป็นนักรณรงค์เลิกดื่มเหล้าในชุดยมทูตเตือนใจขี่
จยย.ไปทั่วเมืองหมอแคน
หลังเข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเมื่อหลายปีก่อน
เผยอดีตดื่มเหล้าหนักทุกวันทำให้สุขภาพแย่จนต้องออกจากงาน
แต่หลังเลิกเด็ดขาดมีเงินหยอดกระปุกทุกวัน

จาก โครงการรณรงค์ให้ช่วงเทศกาลเข้าพรรษา
เป็นช่วงเวลาของการงดเหล้า หรือ "งดเหล้าเข้าพรรษา"
ทำให้มีผู้ที่ชอบดื่มแอลกอฮอล์หลายคนได้หยุดดื่มชั่วคราวเพื่อเข้าร่วม
โครงการ เช่นเดียวกับ คุณลุงพล บุญสา วัย 65 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น
ได้พลิกผันชีวิตตัวเองจากที่เป็นนักดื่มตัวยงมาตลอดกว่า 30 ปี
เมื่อเข้าโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาเมื่อปี 2548
จากวันนั้นจึงตัดสินใจหันหลังให้เหล้าเด็ดขาด

ทั้งยังได้ผันตัวเองมาเป็นนักรณรงค์ให้คนเลิกเหล้า
โดยเลือกสวมชุดยมทูตออกรณรงค์เชิญชวนให้คนงดเหล้า
จนได้รับรางวัลนักรณรงค์งดเหล้าดีเด่นฉายา "ยมทูตเตือนใจ"

"ทีมข่าว ASTV ผู้จัดการ"
ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณลุงพลในช่วงก่อนวันเข้าพรรษาที่ผ่านภาพแรกที่เห็นคือ
ลุงพล มูลสาร ในวัย 65 ปี ชาว ต.พระลับ จ.ขอนแก่น
กำลังจุดธูปและกล่าวอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขอสวมชุดยมทูตเพื่อเป็นตัวแทนในการเตือนสติเพื่อนบ้านในชุมชน
ขณะทำหน้าที่รณรงค์ให้คนเลิกดื่มเหล้า ภาพแบบนี้กลายเป็นกิจวัตรของลุงพล

โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ
หลังตัดสินใจหันหลังให้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
ตั้งแต่เข้าร่วมโครงการงดเหล้าเข้าพรรษา ปี 2548
และมุมานะเลิกเหล้าเด็ดขาดในปี 2549

ลุง พลเล่าความหลังให้ฟังว่า
เคยทำงานรับจ้างก่อสร้างและดื่มสุราหนักเป็นประจำวันหลังเลิกงาน
ตั้งแต่อายุ 30 ปีเศษ จนเมื่ออายุมากขึ้น
สุขภาพไม่ค่อยดีก็เลิกทำงานเพราะทำไม่ไหว อีกทั้งลูก 3
คนมีงานทำและแยกครอบครัวไป โดยภรรยาย้ายไปอยู่กับลูกเพื่อช่วยเลี้ยงหลาน

ลุงพลจึงมีเวลาว่างไปร่วมกิจกรรมในชุมชนมากขึ้น
จนเมื่อคุณหมอจากสมาคมหมออนามัยมาชวนเข้าโครงการงดเหล้าเข้าพรรษาจึงเข้า
ร่วมโครงการด้วย
การตัดสินใจครั้งนั้นนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงแนวทางการใช้ชีวิต
ในที่สุดก็สามารถเลิกเหล้าได้เด็ดขาด

"ชีวิต ดีขึ้นมาก สุขภาพไม่ถูกบั่นทอนด้วยเหล้า
แต่ก่อนกินเหล้าไม่ค่อยได้กินข้าว ร่างกายก็แย่ลงเรื่อยๆ
เงินก็ไม่ค่อยมีเก็บ พอตอนนี้เงินไม่ได้เอาไปซื้อเหล้า ก็มีให้เก็บ มี 5
บาท 10 บาท ก็หยอดกระปุกไป"

ลุงพลเล่าต่อว่า เมื่อสุขภาพดีขึ้นจากการเลิกดื่ม
ลุงพลจึงพลิกผันชีวิตตัวเองหันมาเป็นนักรณรงค์งดเหล้า
นำเงินเก็บออมมาตัดเย็บชุดยมทูต แล้วขับขี่รถจักรยานยนต์ออกไปตาม
ถนนในหมู่บ้าน พร้อมร่วมกิจกรรมรณรงค์เมาไม่ขับ
ซึ่งเชื่อว่าจะช่วยเตือนใจคนให้รู้สึกกลัวความตายและตระหนักถึงการสูญเสีย
หากไม่เลิกดื่ม และเมาแล้วขับ

การตระเวนออกไปรณรงค์ให้คนเลิกดื่มเหล้า
ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และเข้าพรรษา มากว่า 3 ปี
มีทั้งได้ผลและล้มเหลว แม้จะรู้ถึงโทษภัยจากการดื่มจนขาดสติ
แต่คนยังนิยมดื่มกันมากขึ้น
ทำให้ลุงพลคิดจะเลิกเป็นนักรณรงค์หลายต่อหลายครั้ง
แต่ก็เปลี่ยนใจเพราะยังเชื่อว่าหากยังมีคนรณรงค์ต่อเนื่อง
ก็น่าจะช่วยเตือนสติหมู่นักดื่มได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

"เรา ไม่ได้บอกให้เลิกเลย ก็ให้ค่อยๆ ลด ลดแล้วก็ละ
ละแล้วก็เลิกได้ คนที่เคยกินด้วยกันก็จะพูดว่าเลิกไม่ได้หรอก
เลิกแล้วเดี๋ยวมันจะตาย เคยกินมาตั้งนาน ถ้าเลิกไปมันจะตาย
ก็บอกว่าก็คนคนนี้ไง กินมาด้วยกันก็เลิกได้ ไม่เห็นตาย ยังอยู่ดี
สุขภาพดีขึ้น แถมมีเงินเก็บด้วย"คุณลุงพลเล่า

ด้วยความตั้งใจทุ่มเทให้กับการรณรงค์เลิกเหล้า
ทำให้คุณลุงพลได้รับใบเกียรติบัตร "นักรณรงค์งดเหล้าดีเด่น
หรือยมทูตเตือนใจ" จากศูนย์แก้ไขการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
สมาคมหมอนามัย และเครือข่ายองค์กรงดเหล้ามอบให้

ตลอดจนใบเกียรติบัตรอีกหลายใบจากหลายองค์กร
เป็นเครื่องการันตีความตั้งใจจริงของชายชราวัย 65 ปีผู้นี้
ที่ยังสวมชุดยมทูตออกไปเตือนใจผู้คน
พร้อมให้กำลังใจในฐานะคนที่เคยดื่มหนักมาหลายสิบปีว่า
"ขอเพียงมีใจมุ่งมั่น และนึกถึงผลดีต่อตนเอง ครอบครัวและสังคม
การเลิกดื่มก็จะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000077899

สสจ.ขอนแก่นระบุพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009 แล้ว 40 ราย ต้องเฝ้าระวังกว่าพัน

สสจ.ขอนแก่นระบุพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009 แล้ว 40 ราย ต้องเฝ้าระวังกว่าพัน
โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 9 กรกฎาคม 2552 14:52 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น -
สสจ.ขอนแก่นเผยพื้นที่ขอนแก่นพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 2009 แล้ว 40 ราย อีก
23 รายเป็นผู้ป่วยจากต่างจังหวัดเดินทางเข้ามารับการรักษา
ขณะที่ตัวเลขต้องเฝ้าระวังสูงถึง 1,029 ราย อย่างไรก็ตาม
ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมป้องกันเต็มรูปแบบพร้อมเร่งให้ความ
รู้แก่ประชาชนในการลดความเสี่ยงติดเชื้อ

นายวิฑิต สฤษฏีชัยกุล
รักษาราชการแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
เปิดเผยถึงสถานการณ์และมาตรการการป้องกันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009
ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นว่า ล่าสุด วันนี้ (9 ก.ค.)
พบผู้ป่วยยืนยันโรคไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 จำนวนทั้งสิ้น 63 ราย
เป็นผู้ป่วยที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดขอนแก่น 40 ราย
ที่เหลือเป็นผู้ป่วยจากต่างจังหวัด สภาพผู้ป่วยรักษาหายแล้ว 54 ราย
ยังคงรักษาอยู่ในโรงพยาบาลจำนวน 9 ราย
ขณะเดียวกันมีผู้ป่วยเข้าข่ายเฝ้าระวัง 1,029 ราย

ทั้งนี้ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ใช้มาตรการดูแลเฝ้าระวังอย่างเต็มรูปแบบทั้ง
ด้านการรักษาพยาบาล การป้องกันและควบคุมโรค
และเร่งการให้ความรู้แก่ประชาชนในการดูแลรักษาสุขภาพและสุขอนามัย

สำหรับการควบคุมป้องกันโรคนั้นได้ดำเนินการเต็มที่เช่นกัน
โดยกำหนดให้โรงพยาบาลทุกแห่งจัดระบบบริการ จุดคัดกรองโรค
ห้องแยกโรคปลอดเชื้อ สำรองอัตรากำลังแพทย์และพยาบาล
และเวชภัณฑ์ยาและวัสดุอุปกรณ์อย่างเพียงพอ ส่วนการป้องกันและควบคุมโรค
ได้ขอความร่วมมือไปยังหน่วยงาน สถาบันการศึกษา สถาบันกวดวิชา ร้านค้า
แหล่งชุมชนที่มีความเสี่ยงสูง

เช่น โรงภาพยนตร์ สถานบันเทิง ห้างสรรพสินค้า
โดยเฉพาะร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเกม ในการรณรงค์ทำความสะอาดสถานที่
และข้อปฏิบัติในการป้องกันควบคุมโรค ตลอดจนการงดให้บริการหากมีข้อบ่งชี้

ทั้ง นี้ ในช่วงที่มีการระบาดนี้
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นได้ขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง
และประชาชนทุกท่าน ในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ
โดยเมื่อเริ่มป่วยมีไข้ควรหยุดเรียน หยุดงาน
พักผ่อนรักษาตัวจนกว่าจะหายป่วย ขณะที่มีอาการไอจาม
มีน้ำมูกหรือเสมหะควรสวมหน้ากากอนามัย การไอ จาม
กรณีฉุกเฉินที่ไม่มีหน้ากากอนามัย หรือผ้าเช็ดหน้า
อาจใช้แขนหรือคอเสื้อในการปิดปากปิดจมูก เพื่อลดการฟุ้งกระจายของเชื้อโรค
หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์บ่อยๆ

โดย เฉพาะหลังไอจาม หลังสั่งหรือเช็ดน้ำมูก ไม่ใช้แก้วน้ำ
ผ้าเช็ดหน้า ฯลฯ ปะปนกับผู้อื่น
การรับประทานอาหารร่วมกันควรใช้ช้อนกลางหมั่นรักษาร่างกายให้แข็งแรงเสมอ
สมบูรณ์ หากผู้ป่วยเป็น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีโรคเรื้อรัง
ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันที

วันเสาร์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ปิดเรียน! สถานศึกษาหลายแห่งในขอนแก่นตัดวงจรระบาดหวัดใหญ่ 2009

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 3 กรกฎาคม 2552 13:36 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - สถาบันการศึกษาในจังหวัดขอนแ่ก่นหลายแห่ง
ปิดการเรียนการสอนยาว หลังพบผู้ติดเชื้อหวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009
เปิดเรียนอีกครั้งในวันที่ 9 กรกฎาคม
โดยสาธารณสุขจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จะได้ออกไปทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อ เพื่อป้องกันไข้หวัด 2009

รายงานข่าวแจ้งว่า
ภายหลังผลตรวจนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเตขอนแก่น
11 คน ที่ป่วยมีไข้สูง
ได้รับการส่งตัวรักษาและเฝ้าระัวังอาการในห้องควบคุมพิเศษโรงพยาบาลสิริธร
อ.บ้านแฮด จังหวัดอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2552
พบติดเชื้อหวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 นั้น

ล่าสุด แพทย์จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
และโรงพยาบาลขอนแก่น
จึงได้ร่วมกันตั้งศูนย์คุ้มครองเฝ้าระวังการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์
ใหม่ 2009 พร้อมจัดทีมแพย์เฝ้าระวังต้องดูแลพื้นที่การแพร่ระบาดอย่างใกล้ชิด
และส่งเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพ่นยาฆ่าเชื้อ
ทั้งจุดอับแสงตามตัวอาคารและห้องเรียนต่างๆ
และที่ที่นักศึกษาต้องอยู่ร่วมกันจำนวนมก เช่น โรงอาหาร หอประชุม เป็นต้น

ด้าน นายธวัชชัย สิมา ผู้ช่วยคณบีฝ่ายพัฒนานักศึกษา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแกน กล่าวว่า
ได้สั่งนักศึกษาปี 1
และรุ่นพี่ที่คลุกคลีกับรุ่นน้องหยุดเรียนจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม
พร้อมปฏิบัติตามคำสังของ สสจ.ขอนแก่นอย่างเคร่งครัด
ส่วนนักศึกษาที่ติดเชื้อทั้ง 11 คน
ซึ่งพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลสิรินธรขอนแก่น
แพทย์ตรวจดูอาการอย่างใกล้ชิด ล่าสุดอาการดีข้น และให้กลับบ้านแล้ว 6 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังมีการแพร่ระบาดของเชื้อหวัด 2009 ใน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตขอนแก่น โรงเรียนอนุบาล
และโรงเรียนประถมโดยรอบมหาวิทยาลัยราชมงคล เช่นโรงเรียนพัฒนาเด็ก
ตลอดจนโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยขอนแก่นมอดินแดง
ก็ได้สั่งหยุดการเรียนการสอน ปิดเรียนไปแล้วด้วย
ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของเด็ก โดยทาง
สสจ.จะส่งเจ้าหน้าที่ไปพ่นยาฆ่าเชื้อ

ส่วนโรงเรียนประถมและมัธยมศึกษาอื่นๆ
ในจังหวัดหลายแห่งได้ประสานโรงพยาบาลเอกชน
จัดหน่วยแพทย์มาฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดให้แก่นักเรียนด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ นพ.วิทิต สฤษฏีชักุล รองนายแพทย์ สสจ.ขอนแก่น
เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ในเขตพื้นที่
จ.ขอนแก่น ว่า สสจ.ขอนแก่น มียาต้านไวรัสอยู่ในพื้นที่จำนวนกว่า 2,000
เม็ด ซึ่งดูแลได้ประมาณ 200 คน หากมีการระบาดในพื้นที่
จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจและอย่าตื่นตระหนก สสจ.ขอนแก่น
ได้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด และพร้อมรับมือกับไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่
2009 ตลอดเวลา