ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องการพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237
และการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ ที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
เพื่อเป็นศูนย์กลางขนส่งเชิงพาณิชย์
พร้อมนัดสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรพร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ร่วมระดมความคิดเห็น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นายปัญญา ศรีปัญญา
ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร นำทีมคณะกรรมาธิการคมนาคม
ลงพื้นที่ตรวจสอบและพิจารณาเรื่องการพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237
และการจัดตั้งสถานีขนส่งสินค้าทางรถไฟ ที่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น
เป็นศูนย์กลางขนส่งเชิงพาณิชย์
การประชุมเพื่อพิจารณาโครงการดังกล่าวครั้งนี้คณะกรรมาธิการคมนาคม
สภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร
และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมระดมการคิดเห็น
ประธานคณะกรรมาธิการคมนาคมสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า กระทรวงคมนาคม
มีนโยบายเปิดเสรีการบินและส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการที่จะพัฒนาท่าอากาศบานฝูงบิน 237
เป็นสนามบินสาธารณะเพื่อให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปนั้น
สามารถดำเนินการได้ ดังเช่นที่กรมการขนส่งทางอากาศ และ บริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
โดยล่าสุด ศูนย์ควบคุมการบินรับทราบแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
สามารถสร้างเพิ่มอีกแห่ง จากที่ปัจจุบันสนามบินขอนแก่น
รองรับความต้องการผู้โดยสารไม่เพียงพอ มองว่า อีก 4-5 ปี
ตัวเมืองจังหวัดขอนแก่นจะขยายตัวมากกว่านี้
การลงทุนช่วงนี้น่าจะสามารถลดคอสต์ก่อสร้างได้
สำหรับการพัฒนาศักยภาพท่าอากาศยานฝูงบิน 237
เพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์จำเป็นต้องลงทุนก่อสร้างและพัฒนาเพื่อให้เกิดความ
พร้อมตามมาตรฐานสากล ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนเป็นจำนวนมาก
และสนามบินอาจก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับชุมชนใกล้เคียงในเรื่อง
เสียงและมลพิษทางอากาศ
ขณะที่ในพื้นที่ดังกล่าวมีท่าอากาศยานที่อยู่ในระยะใกล้เคียงกันถึง 2
แห่งที่ให้บริการประชาชนในพื้นที่อยู่แล้ว
และท่าอากาศยานเหล่านี้ยังใช้ประโยชน์ไม่เต็มขีดความสามารถ
ดังนั้น หากจะพัฒนาท่าอากาศยานฝูงบิน 237 ขึ้นมาอีกแห่งหนึ่ง
อาจทำให้เกิดปัญหากับท่าอากาศยานฝูงบิน 237 เอง
และท่าอากาศยานที่มีอยู่เดิมบริเวณใกล้เคียงใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มขีดความ
สามารถ และนำไปสู่ปัญหาการขาดทุนเหมือนที่เกิดขึ้นกับท่าอากาศยานภูมิภาคจำนวนกว่า
20 แห่งทั่วประเทศ
ทั้งนี้ การลงทุนในโครงการพัฒนาท่าอากาศยานแห่งใหม่
ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง
อาจไม่สอดรับกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศและโลกที่ยังชะลอตัว
จึงต้องมีการระดมความเห็นพิจารณาถึงความจำเป็นอย่างรอบด้านอีกหลายครั้ง
โดยคำนึงถึงความคุ้มค่าต่อการลงทุน
และประโยชน์ในภาพรวมที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้เสีย และสังคม ประเทศ
โดยรวม
http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000081198
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น