วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กระแสข้าว ASTV ที่ขอนแก่นยังแรงต่อเนื่อง-เดือนเศษยอดขายกว่า 5,000 กก.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2552 12:20 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ร้านค้าหลายแห่งในขอนแก่น ปลื้มข้าว ASTV
ขายดีกระแสแรงไม่หยุด ร้านอาหารบางแห่งใช้ข้าว ASTV เสิร์ฟในร้าน วางขาย
1 เดือนเศษ ยอดขายทะลุ กว่า 5,000 กิโลกรัม เชื่อคนแห่ซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ
เพราะประทับใจเอเอสทีวี ที่แม้จะมีพันธมิตรฯทั่วประเทศ
ช่วยบริจาคทุกเดือน แต่ยังตั้งใจทำสินค้าอย่างข้าวมาขาย
เพื่อให้พี่น้องพันธมิตรฯ ได้บริโภคข้าวมีคุณภาพและช่วยเหลือเกษตรกรด้วย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่จังหวัดขอนแก่น ข้าวสาร ASTV
มีวางจำหน่ายหลายแห่ง และมียอดขายดีมาก โดย นางคูณ เอื้ออำนวยรัตน์ หรือ
เจ้คูณ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวหมูฮั่งเพ้ง ตั้งอยู่ถนนศรีจันทร์ ทางไป
จ.กาฬสินธุ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เปิดเผยกับทีมข่าว
ASTVผู้จัดการ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มด้วยความปลื้มใจว่า ข้าวสาร ASTV
ที่ตนนำมาวางขายหน้าร้าน
พร้อมกับกระจายไปวางขายร้านค้าในเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ขอนแก่น อีกหลายร้าน ขายดีอย่างมาก โดยร้านตนอยู่ติดถนนใหญ่
เป็นเส้นทางผ่านหลายจังหวัด มีพันธมิตรทั้งในขอนแก่น และที่มาจาก
อ.เชียงยืน มหาสารคาม และพันธมิตรฯ กาฬสินธุ์ แวะมาซื้อข้าวเป็นประจำ
ทำให้ต้องสั่งข้าวเพิ่มทุกสัปดาห์

"จากที่เริ่มขายช่วงกลางเดือนเมษายน เป็นต้นมา
จนถึงปลายเดือนพฤษภาคม ต้องสั่งข้าวเพิ่มทุกสัปดาห์ โดยสั่งครั้งละ 17
กระสอบ แต่ละกระสอบบรรจุข้าวขนาด 5 กิโลกรัม กระสอบละ 10 ถุง รวม 850
กิโลกรัม ส่วนสาเหตุที่ไม่สั่งทีเดียวจำนวนมากเพื่อมาสำรองขาย นางคูณ
บอกว่า เนื่องจากต้องการให้พันธมิตรฯได้บริโภคข้าวที่ใหม่เสมอ
และป้องกันปัญหามอดเจาะ ทำถุงข้าวเสียหาย
ซึ่งรวมตั้งแต่สั่งข้าวมาขายราวเดือนเศษๆ สามารถขายข้าวไปแล้ว กว่า 5,000
กิโลกรัม"

นอกจากนี้ ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวฮั่งเพ้งขอนแก่น
และร้านอาหารตามสั่งของพันธมิตรฯบางร้าน ยังใช้ข้าว ASTV
หุงเสิร์ฟลูกค้าด้วย โดยได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากลูกค้าว่า ข้าวอร่อย
จึงอยากให้ร้านอาหารอื่นๆ ใช้ข้าว ASTV เช่นเดียวกัน
แม้จะมีราคาสูงกว่าข้าวสารทั่วไป แต่ลูกค้าได้รับประทานข้าวคุณภาพดี
และได้ช่วย ASTV ด้วย

ส่วนที่ร้านสินเอเชีย ถ.ชวนชื่น ตัดถนนหน้าเมือง ใกล้ตลาดสดเทศบาล
นางทัศนียา เด่นศิริอักษร เจ้าของร้านบอกว่า ตัดสินใจนำข้าว ASTV มาขาย
ทั้งที่ร้านของตนขายสินค้าคนละประเภท แต่อยากช่วย ASTV ไม่ให้จอดำ

ทุกร้านที่นำมาขาย ต่างมีจุดยืนเดียวกัน คือ ไม่ได้ขายเอากำไร
แต่ขายราคาทุน เพื่อช่วยกระจายข้าว ASTV สู่พันธมิตรฯ ให้ได้มากที่สุด
และจากกระแสข้าว ASTV ที่ยังแรงขายดีต่อเนื่อง
ตนเชื่อมั่นว่าเป็นเพราะข้าวคุณภาพดีจริง และพี่น้องพันธมิตรฯอยากขอบคุณ
ASTV

"เชื่อว่า พันธมิตรฯ ภูมิใจที่ได้ช่วยเอเอสทีวี
ซึ่งเป็นทีวีของประชาชน
โดยที่ทางเอเอสทีวีเองแม้จะรู้ว่าทุกคนต่างพร้อมใจสมัคร SMS ข่าว ASTV
ทุกเดือน และโอนเงินไปช่วยกันทุกเดือนจะมากบ้างน้อยบ้างตามกำลังของแต่ละคน
แต่ ASTV ก็ไม่ได้อยู่เฉย ยังตั้งใจผลิตสินค้าอย่างข้าวสารออกมาจำหน่าย
เพื่อตอบแทนน้ำใจของพันธมิตรฯ จึงทำให้ทุกคนมีความสุขพันธมิตรฯ ได้ช่วย
ASTV เพราะทุกคนต้องการให้เอเอสทีวีอยู่กับประชาชนตลอดไป
แล้วยังได้บริโภคข้าวมีคุณภาพพร้อมกับช่วยเกษตรกรไทย
นับว่าเป็นเรื่องที่ดีมากในสังคมไทยของเรา" นางทัศนียา กล่าว

นอกจากนี้ ที่จังหวัดขอนแก่น ยังมี ข้าว ASTV จำหน่ายอีกหลายแห่ง
โดยในบริเวณใกล้กัน ได้แก่ ร้านน้อย ซาลอน, ร้านแหลมทองค้าข้าว
อยู่บริเวณสามแยกถนนหน้าเมืองตัดกับถนนชวนชื่น และยังมีร้านเคี้ยง
ซูเปอร์มาร์เก็ต และ ร้านชิดชล เนื้อย่างเกาหลี ซอยบาดาล
ใกล้มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนที่อำเภอชุมแพ มีจำหน่ายที่ร้านขายยามีดี
ในตลาดราชพัสดุ อ.ชุมแพ

รพ.ขอนแก่นรวมพลังภาคีเครือข่ายรณรงค์ขอนแก่นปลอดบุหรี่

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 29 พฤษภาคม 2552 11:43 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น -หลายหน่วยงาน สังกัดกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดขอนแก่น
ร่วมจัดงานรณรงค์รวมพลังภาคีเครือข่าย
เพื่อขอนแก่นปลอดบุหรี่เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก
เตือนเยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุน้อย เสี่ยงลดอายุขัยตัวเองไปถึง
22 ปี

เช้าวันนี้ (29 พ.ค.)ที่วัดป่าแสงอรุณ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น
คณะกรรมการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โรงพยาบาลขอนแก่น
ร่วมกับกลุ่มงานสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขอำเภอเมือง
และภาคีเครือข่าย ร่วมกันจัดกิจกรรมรณรงค์เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก
"รวมพลังภาคีเครือข่าย เพื่อขอนแก่นปลอดบุหรี่"

นายแพทย์ธานินทร์ หอมปลื้ม
ประธานคณะกรรมการโรงพยาบาลปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กล่าวถึง
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ว่า
นับเป็นการผนึกกำลังของหลายหน่วยงานเพื่อสร้างสังคมปลอดบุหรี่เนื่องในวันงด
สูบบุหรี่โลก เนื่องจากปี2531 องค์กรอนามัยโลก ได้กำหนดให้วันที่ 31
พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันงดสูบบุหรี่โลก
เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศตระหนักถึงอันตราย และความสูญเสียทั้งทางสุขภาพ
เศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการสูบบุหรี่
โดยได้ประกาศให้มีการรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่

โดยใช้ชื่อว่า World Spidemic
หรือการสูบบุหรี่เป็นโรคระบาดที่ระบาดอยู่ทั่วโลก และได้ประกาศเตือน
เยาวชนที่เริ่มสูบบุหรี่ ตั้งแต่อายุยังน้อย และสูบเป็นประจำ
จะมีความเสี่ยงเสียชีวิตก่อนอายุขัยปกติ ถึง 22 ปี

ดังนั้น รัฐบาลไทยได้ตระหนักถึงความสูญเสียชีวิตของประชากร
ที่เกิดจากการสูบบุหรี่อย่างต่อเนื่อง มาเป็นเวลาหลายปี
ให้รับทราบถึงอันตราย โทษของการสูบบุหรี่
จึงได้มีการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ และกำหนดมาตรการต่างๆ
ที่รัฐบาลนำมาใช้ โดยการดูแลของกระทรวงสาธารณสุข
ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบุคลากรสาธารณสุข
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ผู้สูบบุหรี่ พยายามเลิกสูบบุหรี่
เพื่อสุขภาพของประชาชน และเพื่อสังคมจะได้ปลอดจากภัยจากบุหรี่

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นักวิจัย ม.ขอนแก่นยกระดับ "ข้าวเม่า" เป็นอาหารเช้าสำเร็จรูป

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ศูนย์ข่าวขอนแก่น-นักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น
ดึงกระแสผู้บริโภคใส่ใจสุขภาพนำ "ข้าวเม่า" ข้าวอ่อนไม่ขัดสี
และเป็นธัญพืชอาหารพื้นบ้านชาวอีสาน มาสร้างมูลค่าเพิ่ม
เป็นผลิตภัณฑ์ซีเรียล อาหารเช้าสำเร็จรูป
เผยจุดเด่นผลิตภัณฑ์คงคุณค่าสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพครบถ้วน
แต่ต้นทุนซีเรียลข้าวเม่าต่ำ
เชื่อศักยภาพผลิตภัณฑ์แข่งขันได้กับธัญพืชซีเรียลของต่างประเทศ
ล่าสุดอยู่ระหว่างขอรับรองมาตรฐาน อย.
วางเป้าให้การสนับสนุนผลิตเชิงพาณิชย์ เชื่อตลาดโลกยอมรับ

มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) จัดกิจกรรมแถลงข่าว
นักวิจัยมข.พบสื่อมวลชน โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ
เผยโฉมผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าพื้นฐานสู่อาหารสำเร็จรูป ที่เป็นผลงานวิจัยของ
ผศ.ดร.วิเชียร วรพุทธพร อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร คณะเทคโนโลยี
มข. วิจัยพัฒนาข้าวเม่า ให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารในรูปแบบซีเรียล
สร้างมูลค่าเพิ่มกับสินค้าเกษตรในท้องถิ่น ณ ห้องประชุมสำนักงานอธิการบดี
ชั้น 2 มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ผศ.ดร.วิเชียร วรพุทธพร อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร
คณะเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้วิจัยเปิดเผยว่า
จากกระแสความตื่นตัวของคนไทยและคนทั่วโลกที่ให้ความสนใจในการบริโภคอาหาร
เพื่อสุขภาพมากขึ้นจึงได้นำข้าวเม่าซึ่งมีมากและได้รับความนิยมในพื้นที่ภาค
ตะวันออกเฉียงเหนือมาพัฒนาเป็นอาหารผลิตภัณฑ์ ข้าวเม่าซีเรียล
อาหารเช้าที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูง
และยังเป็นการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ของเกษตรกรด้วย

ข้าวเม่า มีลักษณะเฉพาะตัวที่มีความหอม
มีสีเขียวธรรมชาติของเมล็ดข้าว คุณค่าทางอาหารคล้ายกับข้าวกล้อง
เป็นข้าวที่ยังไม่สีเอารำออก
จึงมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอยู่ครบถ้วย
โดยการวิจัยได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก สวทช.เมื่อปี 2542
การวิจัยจะคงคุณค่าทางอาหารและความหอมของข้าวเม่าไว้
ทั้งสามารถเก็บไว้ได้นาน ด้วยนำองค์ความรู้จากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ไม่แปรรูปเม็ดข้าวให้กลายเป็นแป้งและทำให้เม็ดข้าวยังคงคุณค่าทางอาหารตาม
ธรรมชาติ

การศึกษาวิจัยได้เลือกพื้นที่การทำข้าวเม่าของบ้านน้ำอ้อม
ต.น้ำอ้อม อ.เกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด และการทำข้าวเม่าของบ้านโพธิ์ศรี
อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี
ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวเม่าแห้งจากข้าวเปลือก
ใช้องค์ความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่น
ทำให้ข้าวเม่ามีคุณค่าสารอาหารครบถ้วน

ผลจากการวิจัยดังกล่าวได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์อาหารเช้าสำเร็จรูป
หรือข้าวเม่าซีเรียล สามารถเก็บไว้นานถึง 8 เดือน
มีลักษณะคล้ายกับผลิตภัณฑ์ธัญพืชซีเรียลของต่างประเทศ นำไปผสมกับนมสด
รับประทานเป็นอาหารเช้า
ซึ่งสามารถแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ซีเรียลของต่างประเทศได้
จุดที่ได้เปรียบคือต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า
เพราะวัตถุดิบสามารถปลูกได้เองทั่วไปในภาคอีสาน
ทั้งยังนำมาแปรรูปได้ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
เป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มข้าวเม่าให้ได้รับการยอมรับในตลาดสากล

อาหารเช้าข้าวเม่า
เป็นการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารพื้นบ้านที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้บริโภค
โดยเฉพาะเด็กและผู้ใหญ่ที่ต้องเร่งรีบออกจากบ้านในชั่วโมงเช้า
สามารถนำข้าวเม่าอาหารเช้ามาผสมนมสด
รับประทานเช่นเดียวกับอาหารเช้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ
มีกลิ่นหอมรสชาติอร่อย และคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะวิตามินบี
ธาตุเหล็ก และฟอสฟอรัส ส่งผลดีต่อสุขภาพทำให้สุขภาพจิตดี มีความตื่นตัว
มีสมาธิสูง ช่วยปรับระดับกลูโคสและสารอาหารรองในสมอง
ช่วยให้ระบบการทำงานของสมองดี

ผศ.ดร.วิเชียร กล่าวอีกว่าระหว่างนี้ ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าอาหารเช้า
หรือซีเรียลข้าวเม่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการขอ
อย.เพื่อเข้าสู่กระบวนการคัดสรรสินค้าโอทอป
โดยพร้อมสนับสนุนให้กลุ่มเกษตรกรนำองค์ความรู้ดังกล่าวไปพัฒนาเป็นข้าวเม่า
ซีเรียล เชื่อมั่นว่าหากมีการส่งเสริมเชิงพาณิชย์
ผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าอาหารเช้าซีเรียลจะสามารถก้าวสู่ตลาดอาหารเช้าสากลได้
อย่างแน่นอน

ห่วงธุรกิจโชวห่วยขอนแก่นปีวัวดุอยู่ลำบาก เทสโก้ โลตัสรุกขยายสาขา-เซ็นทรัลเปิดแน่ปลายปี

ศูนย์ ข่าวขอนแก่น-ห่วงธุรกิจโชวห่วยปีวัวดุลำบาก เหตุ "โลตัส"
ยักษ์ค้าปลีกต่างชาติ ไม่หยุดขยายสาขา อาศัยช่วงสุญญากาศไร้พ.ร.บ.ค้าปลีก
เล็งผุด "โลตัส เอ็กซเพรส" ตามชุมชนใหญ่ทุกอำเภอ
ลักษณะเดียวกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 งัดกลยุทธ์ดัมป์ราคาดึงลูกค้า
เชื่อกระทบโชวห่วยขอนแก่นหนัก จับตากลุ่มซีพีเอ็นเปิด "เซ็นทรัลพลาซา
ขอนแก่น" เปิดแน่ปลายปี อาจกระทบทุนท้องถิ่นรายย่อยซ้ำ
ยกขนาดธุรกิจและสไตล์ธุรกิจโมเดิร์นเทรด ดึงคนทั้งจังหวัดเข้าห้าง

สถานการณ์ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย หรือร้านโชวห่วย
ระยะที่ผ่านมาเป็นที่ทราบดี ถูกผู้ประกอบการค้าปลีกรายใหญ่
รุกขยายสาขาออกสู่ต่างจังหวัดและระดับอำเภอทั่วประเทศ
อาศัยศักยภาพทุนที่เหนือ ความได้เปรียบในการบริหารจัดการ
สามารถแชร์ส่วนแบ่งตลาดจากทุนท้องถิ่น จนทำให้ค้าปลีกรูปแบบเดิม
ไม่สามารถแข่งขันได้ กิจการค้าปลีกรายย่อยในหลายจังหวัด
ต้องล้มเลิกกิจการในที่สุด

การต่อสู้ของกิจการค้าปลีกรายย่อยที่ผ่านมา
มีการเรียกร้องให้รัฐบาลออกพ.ร.บ.ค้าปลีก หรือกฎหมายค้าปลีก
ออกมากำกับดูแลการค้าปลีกให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ค้าทุกกลุ่ม
แต่กฎหมายดังกล่าวก็ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรมเสียที
เบื้องต้นการตั้งรับกิจการค้าปลีกรายใหญ่ ไม่ให้ขยายสาขามากเกินไป
ด้วยการใช้กฎหมายผังเมืองในแต่ละพื้นที่
ควบคุมขนาดธุรกิจค้าปลีกในเขตเมืองเอาไว้

นายนริศ จรรยานิทัศน์ ผู้ประกอบการค้าปลีกจากอ.บ้านไผ่
ในฐานะเลขาธิการชมรมผู้ค้าปลีกและผู้ประกอบอาชีพอิสระจังหวัดขอนแก่น
เปิดเผยว่า ธุรกิจค้าปลีกรายย่อย หรือร้านโชวห่วย ยังอยู่ในช่วงลำบาก
การรุกขยายสาขาของทุนค้าปลีกรายใหญ่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
นอกเหนือจากขยายสาขาระดับจังหวัดแล้ว กำลังจะรุกขยายสาขาไปยังระดับอำเภอ
หรือแม้กระทั่งชุมชนใหญ่ที่มีศักยภาพ ล้วนเป็นพื้นที่เป้าหมายทั้งสิ้น

การรุกขยายสาขาของเทสโก้ โลตัส
ยังคงนโยบายขยายสาขาหลายรูปแบบไม่สิ้นสุด
นอกจากสาขาหลักครอบคลุมแทบทุกจังหวัดแล้ว เทสโก้ โลตัส
ทุนค้าปลีกต่างชาติ เมื่อถูกต่อต้านจากท้องถิ่น
ได้ปรับกลยุทธ์และรูปแบบธุรกิจ
ให้สอดคล้องกับกฎหมายผังเมืองที่ควบคุมการเปิดห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เอาไว้
โดยปรับขนาดธุรกิจให้มีพื้นที่ขายเล็กลง ไม่ขัดต่อกฎหมายผังเมือง เช่น
ตลาดโลตัส โลตัสเอ็กซเพรส

"โดยเฉพาะการเปิดโลตัส เอ็กซเพรส มีพื้นที่ขายไม่เกิน 300
ตารางเมตร เป็นอีกธุรกิจของเทสโก้ โลตัส ที่จะเปิดสาขาตามย่านชุมชนใหญ่
ของอำเภอเมืองขอนแก่น และในทุกอำเภอของ จ.ขอนแก่น
ลักษณะเดียวกับร้านสะดวกซื้อ 7-11 ที่มีสาขาจำนวนมาก
ไม่จำกัดว่าอำเภอเดียวจะต้องมีแค่ 1 สาขา เชื่อว่าการเปิด โลตัส
เอ็กซเพรส ในอำเภอที่มีศักยภาพในด้านกำลังซื้อ ขนาดตลาด อาจมีสาขามากกว่า
1 แห่ง"นายนริศ กล่าวและว่า

โครงการอุดหนุนร้าน ค้าใกล้บ้าน หนึ่งในโครงการที่กลุ่มปัญจมิตร
กระตุ้นจิตสำนึกให้คนท้องถิ่นช่วยกันอุดหนุนร้านโชวห่วยใกล้บ้าน
ช่วยเหลือร้านโชวห่วยที่ต้องรับมือการแข่งขันกับห้างค้าปลีกขนาดใหญ่

ที่ผ่านมาการเปิดร้านสะดวกซื้อ 7-11 แม้จะมีสาขาจำนวนมาก
แต่การดำเนินงานของร้าน 7-11
ไม่กระทบผู้ประกอบการค้าปลีกในท้องถิ่นมากนัก เนื่องจาก
ราคาสินค้าที่จำหน่ายในร้าน 7-11
อยู่ในระดับเดียวกับร้านโชวห่วยในพื้นที่เดียวกัน
แต่นโยบายธุรกิจของเทสโก้ โลตัส
มุ่งดัมป์ราคาเป็นจุดขายเพื่อแชร์ส่วนแบ่งตลาด การเปิดสาขาของเทสโก้
โลตัส จึงมีผลกระทบและทำลายผู้ประกอบการค้าปลีกท้องถิ่นมาก

เป็นที่ทราบดีว่า สถานการณ์ปัจจุบัน
ยังไม่มีกฎหมายค้าปลีกออกมาควบคุมการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกทั้งประเทศ
ให้เกิดความเป็นธรรม แม้ว่าจะมีการเรียกร้องผ่านมาหลายรัฐบาลแล้วก็ตาม
แต่กฎหมายค้าปลีกของไทย ก็ถูกคัดค้านและถ่วงเวลามาเป็นเวลานาน
ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกรายย่อย ซึ่งมีศักยภาพการแข่งขันต่ำ
ไม่สามารถแข่งขันกับทุนค้าปลีกรายใหญ่
กระทั่งกิจการโชวห่วยในต่างจังหวัดต้องล้มเลิกกิจการไปเป็นจำนวนมาก

ล่าสุดห้างเทสโก้ โลตัส กำลังจะเปิดโลตัสเอ็กซเพรส
บริเวณชุมชนตลาดหนองใหญ่ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น
ทั้งที่มีสาขาหลักเต็มรูปแบบบนถนนมิตรภาพ และตลาดสดเทสโก้โลตัส
ภายในห้างสรรพสินค้าแฟรี่พลาซ่าอยู่แล้ว โลตัสเอ็กซเพรสที่ชุมชนหนองใหญ่
จะเป็นสาขาแห่งที่ 3 ในเขตอำเภอเมืองขอนแก่น และที่ผ่านมา
มีพ่อค้าแม่ค้าในตลาดใหญ่ออกมาคัดค้านการเปิดสาขาของโลตัสเอ็กซเพรส

ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่กำลังอยู่ในภาวะชะลอตัว
เมื่อห้างเทสโก้โลตัส ไม่หยุดขยายสาขา
จะทำให้ร้านโชวห่วยที่มีร้านค้าอยู่ในบริเวณชุมชนเดียวกันต้องได้รับผลกระทบ
แน่นอน เพราะรูปแบบธุรกิจทันสมัย และขายสินค้าในราคาต่ำกว่า
กอปรกับภาวะเศรษฐกิจไม่ดี
จะทำให้ลูกค้าส่วนใหญ่เลือกซื้อสินค้าในห้างใหญ่มากกว่าร้านโชวห่วย
ซึ่งอาจทำให้ร้านโชวห่วยต้องปิดกิจการลงได้

นอกจากนี้ ที่จังหวัดขอนแก่น
มีโครงการก่อสร้างห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ของกลุ่มซีพีเอ็น
กำหนดเปิดปลายปีนี้ แม้ว่าผู้บริหารของกลุ่มเซ็นทรัล จะให้คำยืนยันว่า
มีนโยบายเป็นมิตรกับโชวห่วยและร้านค้าย่อยในจังหวัดขอนแก่น
จะไม่ใช้นโยบายด้านราคาดึงผู้บริโภคเข้าห้าง
และมีนโยบายทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าระดับบนในจังหวัดขอนแก่นและหลายจังหวัดใน
พื้นที่ภาคอีสานนั้น

แต่ด้วยขนาดธุรกิจเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ใช้เงินลงทุนกว่า 4
พันล้านบาท มีพื้นที่ขายสินค้ากว่า 250,000 ตารางเมตร
อาจจะส่งผลกระทบกับร้านโชวห่วยทางอ้อม เพราะเป็นห้างขนาดใหญ่
จะดึงดูดประชากรส่วนใหญ่ของจังหวัดขอนแก่นเข้าไปจับจ่ายภายในห้างแน่นอน
ลักษณะเดียวกับที่ชาว จ.นครราชสีมาและจ.ใกล้เคียง
เข้าไปเดินซื้อสินค้าภายในห้างเดอะมอลล์ นครราชสีมา

หลักของการทำธุรกิจ นโยบายหลักของทุกบริษัท
ต้องการผลตอบแทนหรือกำไรทั้งสิ้น
ซึ่งต้องจับตาแผนการทำตลาดของห้างเซ็นทรัลพลาซาขอนแก่น
อย่างชัดเจนอีกครั้ง และดูถึงกระแสตอบรับ
อัตราการขยายตัวทางด้านยอดขายของเซ็นทรัลพลาซาขอนแก่น
เมื่อเปิดดำเนินงานไปได้ระยะหนึ่งแล้ว

ผลสำรวจเมียฝรั่งยังรายได้สูงแม้เศรษฐกิจทรุด กว่า 43.6% มีรายได้ต่อเดือนเฉียด 5 หมื่นบาท

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER)
เปิดผลสำรวจ แม้เศรษฐกิจโลกทรุด แต่รายได้เมียฝรั่งยังอยู่ในเกณฑ์สูง
เผยมากกว่า 43.6% มีรายได้ต่อเดือนเฉียด 50,000 บาท แต่สัดส่วนกว่า 53%
ยอมรับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงบ้าง
ทึ่งกลุ่มตัวอย่างหญิงโสดอีสานที่ยังไม่แต่งงานกว่า 61.2%
เปิดใจอยากแต่งงานกับสามีต่างชาติ ยกเหตุมีฐานะการเงินดี โดยหนุ่มอังกฤษ
ครองหัวใจหญิงอีสานมากที่สุด

เมื่อเร็วๆนี้ ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (E-saan Center
for Business and Economic Research : ECBER)
หน่วยงานภายใต้การบริหารงานของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จัดแถลงผลการวิจัยเรื่อง
"ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย/รายได้ของคู่สมรสชาวต่างชาติ"
โดยดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน
และนายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ หัวหน้าโครงการจัดทำอีสานโพล ณ อาคาร MS.02
คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ หัวหน้าโครงการจัดทำอีสานโพล
เปิดเผยว่า การวิจัยเรื่อง
"ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย/รายได้ของคู่สมรสชาวต่างชาติ"
มีนัยสำคัญที่กลุ่มผู้หญิงอีสานที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นผู้มีกำลัง
ทรัพย์ในการใช้จ่ายสูงมาก
เพิ่มเม็ดเงินให้แก่ระบบเศรษฐกิจอีสานได้ไม่น้อย
แต่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทั้งโลกได้รับผลกระทบ
สตรีที่แต่งงานกับชายต่างชาติจะได้รับผลกระทบหรือไม่
หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใช้จ่ายไปทางใด เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

การสำรวจกลุ่มตัวอย่าง จากประชาชนชาวอีสานเพศหญิงที่มีสถานภาพโสด
หม้าย หย่าร้าง ที่สนใจจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ และสมรสกับชาวต่างชาติ
รวม 484 คนใน 19 จังหวัดภาคอีสาน ใช้การสุ่มแบบเจาะจง
เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2552
ที่ผ่านมา

ผลสำรวจที่น่าสนใจ ในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 484 คน
ในส่วนของหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกับชายต่างชาตินั้น พบว่า 61.2%
มีความต้องการแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ โดยเหตุผลที่สำคัญ 53.2%
ชาวต่างชาติมีฐานะการเงินที่ดี ช่วยยกฐานะการเงินของตัวเองและครอบครัวได้
รองลงมา 23.4% ชายต่างชาติมีความอบอุ่น ให้เกียรติผู้หญิงและไม่เจ้าชู้
และเป็นค่านิยมมีสัดส่วนที่ 16.9%

ส่วนชายต่างชาติที่กลุ่มตัวอย่างต้องการแต่งงานด้วยมากที่สุดคือ
ชายชาวอังกฤษ คิดเป็นสัดส่วนถึง 32.4% โดยกลุ่มตัวอย่างให้เหตุผลว่า
ใจกว้างด้านการใช้จ่ายเงิน ไม่ขี้เหนียว รองลงมาเป็นชายชาวอเมริกัน
คิดเป็น 21.6% และชายเยอรมัน 8.1%

สำหรับผลการสำรวจในแง่รายได้หญิงอีสานที่มีสามีชาวต่างชาติแล้ว
พบว่า มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 50,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 43.6%
รองลงมาคือช่วงรายได้ระหว่าง 40,001-50,000 บาท มีสัดส่วนที่ 15.5%
และช่วงรายได้ระหว่าง 20,001-30,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนที่ 14.9%
โดยที่มาของรายได้ รับจากสามีมากที่สุด
รองลงมาเป็นรายได้ที่ได้จากการทำงานเอง

ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่าง
หญิงที่สมรสกับชาวต่างชาติ
มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุดอยู่ในช่วง 30,000 บาทขึ้นไป
คิดเป็นสัดส่วนถึง 44.5% รองลงมามีค่าใช้จ่าย 15,001-30,000 บาท
คิดเป็นสัดส่วนที่ 31.3% และค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ 5,001-15,000 บาท
คิดเป็นสัดส่วนที่ 23.0% โดยลักษณะการใช้จ่ายกลุ่มตัวอย่าง
เป็นการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคมากที่สุดถึง 21.66%
รองลงมาเป็นการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ คิดเป็น 20.04% และชอปปิ้งคิดเป็น 18.6%

อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในต่างประเทศขณะนี้
ส่งผลให้มีรายได้ลดลงคิดเป็น 53.0% เนื่องจาก
บางส่วนกลุ่มตัวอย่างมีรายได้จากการทำงานอยู่ในประเทศไทย
ขณะที่สัดส่วนกว่า 45.8% ระบุว่ารายได้ไม่เปลี่ยนแปลง
เนื่องจากสามีต่างชาติอยู่ในวัยเกษียณมีรายได้คงตัวไม่ผันแปรตามภาวะ
เศรษฐกิจ และมีรายได้เพิ่มขึ้น 1.2%

ขณะเดียวกันภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่ไม่ดีขณะนี้
ไม่ทำให้รายจ่ายเปลี่ยนแปลงคิดเป็นสัดส่วนถึง 48.9%
แต่กลับมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 31.5% เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น
และที่มีรายจ่ายลดลงคิดเป็น 19.5%
ที่น่าสนใจสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งหรือไม่
พบว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งคิดเป็นสัดส่วนถึง
89.6% ส่วนที่มีผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งคิดเป็น 10.4%

ด้าน ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน กล่าวว่า
ปรากฏการณ์ทางสังคมที่หญิงอีสานต้องการมีสามีชาวต่างชาติ
โดยผลการสำรวจครั้งนี้ระบุว่ามีสัดส่วนสูงถึง 61.2%
แสดงถึงช่องว่างของรายได้ระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบทมีสูง
บ่งชี้ถึงนโยบายการกระจายรายได้สู่ชนบทไม่ประสบผลสำเร็จ
จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น

สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมา
จะพบว่าวัฒนธรรมอีสานจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในหลายลักษณะ
ทั้งการใช้จ่ายครัวเรือน แฟชั่นการแต่งตัวของคนอีสาน ฯลฯ
จนอาจกระทบต่อวัฒนธรรมของคนอีสานโดยรวมทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

บวชแล้ว"ตูน บอดี้แสลม" รับฉายา" วราสโย" หมายถึง ผู้ที่มีอัธยาศัยที่ดี

ศูนย์ข่าวภาคอีสาน-" ตูน บอดี้แสลม" บวชแล้ว ที่วัดเกาะทองขอนแก่น
ท่ามกลางแฟนคลับแห่ทำบุญร่วยมแน่นวัด โดยได้รับฉายา " วราสโย" หมายถึง
ผู้ที่มีอัธยาศัยที่ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 06.00 น. วันนี้( 23 พ.ค.)
นายอาทิวราห์ คงมาลัย อายุ 30 ปี หรือ "ตูน บอดี้แสลม" นักร้องนำชื่อดัง
วงบอดี้แสลม ได้เข้าพิธีอุปสมบท ที่ วัดเกาะทอง ต.โคกสี อ.เมือง
จ.ขอนแก่น โดยแต่เช้าตรู่วันเดียวกันนี้ นายอนุรัตน์ และ นางประนอม
คงมาลัย บิดาและมารดา ของ "ตูน"
กำลังเตรียมงานสำหรับการบรรพชาอุปสมบทของบุตรชายอย่างเต็มที่
มีเพื่อนในวงการบันเทิงมาร่วมงานหลายคน อาทิ แอ๊ด คาราบาว และ วงบิ๊กแอส
ขณะที่แฟนคลับของวงบอดีแสลม ใน จ.ขอนแก่น และจังหวัดใกล้เคียง
ต่างมาร่วมในการประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทกันอย่างคับคั่งเช่นกัน
ทำให้ทางมัคคธายกของวัดต้องมีการจัดเตรียมสถานที่ไว้ด้านนอกของศาลาการ
เปรียญ รวมไปถึงการห้ามถ่ายภาพในขณะประกอบพิธีโดยเด็ดขาด

นายอานุรัตน์ คงมาลัย บิดา ของ "ตูน บอดี้แสลม" กล่าวว่า
วัดเกาะทอง เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมที่ครอบครัวได้มาปฎิบัติธรรมและร่วมทำบุญเป็นประจำ
จนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาในการเคร่งครัดในศีลธรรมของทางวัด
และผู้ที่มาปฎิบัติธรรมเป็นอย่างมาก อีกทั้งในพรรษาที่ผ่านมา
ได้มีญาติมาบวชและจำพรรษาอยู่ที่วัด
จึงตัดสินใจที่จะให้บุตรชายบวชที่วัดดังกล่าวนี้ โดยก่อนหน้านี้ 1
สัปดาห์ ตูนและครอบครัว
ก็ได้มาปฎิบัติธรรมและเตรียมพื้นฐานก่อนการบรรพชาเป็นพระภิกษุด้วย

นายอานุรัตน์ย้ำว่า
วัดเกาะทองเป็นสถานปฎิบัติธรรมที่เคารพเลื่อมใสของครอบครัว
และการที่ตูนตัดสินใจที่จะบวชเพื่อทดแทนพระคุณบิดา-มารดา
ที่วัดแห่งนี้ถือเป็นการร่วมกันทำบุญร่วมกันครั้งยิ่งใหญ่ของคนในครอบครัวคง
มาลัย เนื่องจากทางคุณป้า และทุกคนในครอบครัวก็จะปฎิบัติธรรมร่วมกัน โดย
1 สัปดาห์ก่อนหน้านี้ ถือเป็นการปรับตัวของตูน
ในการที่จะก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัตร ก่อนที่พระพิศาลสุวรรณ
หรือหลวงปู่บรรพต จากวัดศรีจันทร์ พระอารามหลวง และ พระมหาบุญตา ชาตปุญโญ
เจ้าอาวาสวัดเกาะทอง
ซึ่งเป็นพระที่เป็นที่ศรัทธาและเคารพเลื่อมใสของครอบครัว
รับเป็นพระอุปัชฌาให้กับตูน

จึงตัดสินใจบรรพชาเป็นพระภิกษุและจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะทองเป็นเวลา
2 สัปดาห์ โดยได้รับฉายาว่า "วราสโย" ซึ่งมีความหมายว่า
ผู้ที่มีอัธยาศัยที่ดี มีลักษณะนิสัยใจคออันประเสริฐ

นายอานุรัตน์ กล่าวต่อว่า ตลอดทั้งการบรรพชาของพระอาทิวราห์
วราสโย ทางครอบครัวก็จะปฎิบัติธรรมไปพร้อมๆกัน
โดยตามกำหนดการจะลาสิกขาบทในวันที่ 8 มิ.ย. นี้
ซึ่งการบรรพชาของบุตรชายถือเป็นสิ่งที่ครอบครัวปลื้มใจที่สุด
เช่นเดียวกันผลการทำงานในวงการบันเทิงที่สร้างความสุขให้กับคนไทยทั้งประเทศ

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงของการจำพรรษาอยู่ที่วัดเกาะทองแห่งนี้
เชื่อว่าเหล่าแฟนคลับของวงบอดดีแสลม
ซึ่งเป็นวงที่บุตรชายเป็นนักร้องนำอยู่นั้นยังคงสามารถเข้ามาร่วมบำเพ็ญบุญ
และทำสังฆทานกับทางวัดตามปกติ
แต่ทั้งหมดก็ให้อยู่ในกรอบของกิจของสงฆ์อย่างเคร่งครัดที่สุด

ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ฯ ม.ขอนแก่น รับเภสัชกร 1 ตำแหน่ง

from กระทรวงสาธารณสุข by meddy


ศูนย์หัวใจสิริกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ม.ขอนแก่น เปิดรับสมัครเภสัชกร
1 ตำแหน่ง (เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย) โดยรับ :biggrin:
เภสัชกรสาขาบริบาลทางเภสัชกรรม :razz:
หากสนใจสามารถมายื่นใบสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้ค่ะ

http://www.moph.go.th/infonews-show.php?ContentID=8609

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ชี้ผลสำรวจเมียฝรั่งยังมีรายได้สูงแม้ ศก.ทรุด-ระบุกว่า 43.6% มีรายได้ต่อเดือนเฉียด 5 หมื่นบาท

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER)
เปิดผลสำรวจ แม้เศรษฐกิจโลกทรุด แต่รายได้เมียฝรั่งยังอยู่ในเกณฑ์สูง
เผยมากกว่า 43.6% มีรายได้ต่อเดือนเฉียด 50,000 บาท แต่สัดส่วนกว่า 53%
ยอมรับวิกฤตเศรษฐกิจโลก ส่งผลกระทบต่อรายได้ลดลงบ้าง
ทึ่งกลุ่มตัวอย่างหญิงโสดอีสานที่ยังไม่แต่งงานกว่า 61.2%
เปิดใจอยากแต่งงานกับสามีต่างชาติ ยกเหตุมีฐานะการเงินดี โดยหนุ่มอังกฤษ
ครองหัวใจหญิงอีสานมากที่สุด

เมื่อเร็วๆ นี้ ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (E-saan Center
for Business and Economic Research : ECBER)
หน่วยงานภายใต้การบริหารงานของคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
จัดแถลงผลการวิจัยเรื่อง
"ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย/รายได้ของคู่สมรสชาวต่างชาติ"
โดย ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน
และ นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ หัวหน้าโครงการจัดทำอีสานโพลล์ ณ อาคาร
MS.02 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

นายประเสริฐ วิจิตรนพรัตน์ หัวหน้าโครงการจัดทำอีสานโพลล์
เปิดเผยว่า การวิจัยเรื่อง
"ผลกระทบของเศรษฐกิจโลกที่มีผลต่อค่าใช้จ่าย/รายได้ของคู่สมรสชาวต่างชาติ"
มีนัยสำคัญที่กลุ่มผู้หญิงอีสานที่แต่งงานกับชาวต่างชาติเป็นผู้มีกำลัง
ทรัพย์ในการใช้จ่ายสูงมาก
เพิ่มเม็ดเงินให้กับระบบเศรษฐกิจอีสานได้ไม่น้อย
แต่ภาวะวิกฤตเศรษฐกิจปัจจุบันที่ทั้งโลกได้รับผลกระทบ
สตรีที่แต่งงานกับชายต่างชาติจะได้รับผลกระทบหรือไม่
หรือมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใช้จ่ายไปทางใด เป็นประเด็นที่น่าสนใจ

การสำรวจกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนชาวอีสานเพศหญิงที่มีสถานภาพโสด
หม้าย หย่าร้าง ที่สนใจจะแต่งงานกับชาวต่างชาติ และสมรสกับชาวต่างชาติ
รวม 484 คนใน 19 จังหวัดภาคอีสาน ใช้การสุ่มแบบเจาะจง
เก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2552
ที่ผ่านมา

ผลสำรวจที่น่าสนใจในกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 484 คน
ในส่วนของหญิงที่ยังไม่ได้แต่งงานกับชายต่างชาตินั้น พบว่า 61.2%
มีความต้องการแต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ โดยเหตุผลที่สำคัญ 53.2%
ชาวต่างชาติมีฐานะการเงินที่ดี ช่วยยกฐานะการเงินของตัวเองและครอบครัวได้
รองลงมา 23.4% ชายต่างชาติมีความอบอุ่น ให้เกียรติผู้หญิงและไม่เจ้าชู้
และเป็นค่านิยมมีสัดส่วนที่ 16.9%

ส่วน ชายต่างชาติที่กลุ่มตัวอย่างต้องการแต่งงานด้วยมากที่สุด คือ
ชายชาวอังกฤษ คิดเป็นสัดส่วนถึง 32.4% โดยกลุ่มตัวอย่างให้เหตุผลว่า
ใจกว้างด้านการใช้จ่ายเงิน ไม่ขี้เหนียว รองลงมาเป็นชายชาวอเมริกัน
คิดเป็น 21.6% และชายเยอรมัน 8.1%

สำหรับผลการสำรวจในแง่รายได้หญิงอีสานที่มีสามีชาวต่างชาติแล้ว
พบว่า มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 50,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนถึง 43.6%
รองลงมาคือ ช่วงรายได้ระหว่าง 40,001-50,000 บาท มีสัดส่วนที่ 15.5%
และช่วงรายได้ระหว่าง 20,001-30,000 บาท คิดเป็นสัดส่วนที่ 14.9%
โดยที่มาของรายได้ รับจากสามีมากที่สุด
รองลงมาเป็นรายได้ที่ได้จากการทำงานเอง

ส่วนพฤติกรรมการใช้จ่ายของกลุ่มตัวอย่าง
หญิงที่สมรสกับชาวต่างชาติ
มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อเดือนมากที่สุดอยู่ในช่วง 30,000 บาทขึ้นไป
คิดเป็นสัดส่วนถึง 44.5% รองลงมามีค่าใช้จ่าย 15,001-30,000 บาท
คิดเป็นสัดส่วนที่ 31.3% และค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่ 5,001-15,000 บาท
คิดเป็นสัดส่วนที่ 23.0% โดยลักษณะการใช้จ่ายกลุ่มตัวอย่าง
เป็นการใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภคมากที่สุดถึง 21.66%
รองลงเป็นการจ่ายค่าน้ำ ค่าไฟ คิดเป็น 20.04% และชอปปิ้งคิดเป็น 18.6%

อย่าง ไรก็ตาม ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวในต่างประเทศขณะนี้
ส่งผลให้มีรายได้ลดลงคิดเป็น 53.0%
เนื่องจากบางส่วนกลุ่มตัวอย่างมีรายได้จากการทำงานอยู่ในประเทศไทย
ขณะที่สัดส่วนกว่า 45.8% ระบุว่า รายได้ไม่เปลี่ยนแปลง
เนื่องจากสามีต่างชาติอยู่ในวัยเกษียณมีรายได้คงตัวไม่ผันแปรตามภาวะ
เศรษฐกิจ และมีรายได้เพิ่มขึ้น 1.2%

ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศที่ไม่ดีขณะนี้
ไม่ทำให้รายจ่ายเปลี่ยนแปลงคิดเป็นสัดส่วนถึง 48.9%
แต่กลับมีรายจ่ายเพิ่มขึ้น 31.5% เนื่องจากค่าครองชีพสูงขึ้น
และที่มีรายจ่ายลดลงคิดเป็น 19.5%
ที่น่าสนใจสภาพเศรษฐกิจปัจจุบันส่งผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งหรือไม่
พบว่า จากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันไม่มีผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งคิดเป็นสัดส่วนถึง
89.6% ส่วนที่มีผลต่อแนวคิดการมีสามีฝรั่งคิดเป็น 10.4%

ด้าน ดร.กัลปพฤกษ์ ผิวทองงาม
ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน กล่าวว่า
ปรากฏการณ์ทางสังคมที่หญิงอีสานต้องการมีสามีชาวต่างชาติ
โดยผลการสำรวจครั้งนี้ระบุว่ามีสัดส่วนสูงถึง 61.2%
แสดงถึงช่องว่างของรายได้ระหว่างสังคมเมืองกับสังคมชนบทมีสูง
บ่งชี้ถึงนโยบายการกระจายรายได้สู่ชนบทไม่ประสบผลสำเร็จ
จึงทำให้เกิดปรากฏการณ์ดังกล่าวขึ้น

สิ่ง ที่จะเกิดขึ้นตามมา จะพบว่า
วัฒนธรรมอีสานจะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในหลายลักษณะ
ทั้งการใช้จ่ายครัวเรือน แฟชั่นการแต่งตัวของคนอีสาน ฯลฯ
จนอาจกระทบต่อวัฒนธรรมของคนอีสานโดยรวมทั้งหมด

วันพุธที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เผยความดันโลหิตสูงคร่าชีวิตคนไทยเฉียด 5 หมื่นรายต่อปี

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 20 พฤษภาคม 2552 15:59 น.
ศูนย์ข่าวขอนแก่น - เผยคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคความดันหิต
สูงถึงปีละ 4.8 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 รายทั้งยังพบเป็นอัมพฤกษ์-
อัมพาตแล้วกว่า 250,000 คน แนะออกกำลังกายสม่ำเสมอ งดอาหารเค็ม-แอลกอฮอล์
ไม่เคร่งเครียด

ศ.นพ.วิรุฬห์ เหล่าภัทรเกษม
ผู้อำนวยการศูนย์หัวใจสิกิติ์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เปิดเผยถึงโรคความดันโลหิตสูงว่าเป็นโรคที่เกิดขึ้นได้กับคนทั่วไป
หากไม่ได้รับการรักษาหรือควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
จะมีผลทำให้หลอดเลือดแดงตีบแคบลง มีผลร้ายแรงต่อ อวัยวะสำคัญคือ ไต หัวใจ
สมอง โดยมีโอกาสเสียชีวิตจากหัวใจวาย ถึงร้อยละ 60-75
เนื่องจากหัวใจต้องทำงานหนักในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงอวัยวะต่าง ๆ
ทั่วร่างกาย มีโอกาสเสียชีวิตจากเส้นเลือดสมองแตกหรืออุดตันร้อยละ 20-30

ทั้งยังมีโอกาสเสียชีวิตจากไตวายร้อยละ 5-10
ส่วนคนที่รอดชีวิตจะมีโอกาสเป็นอัมพาตมาก กว่าคนที่ความดันโลหิตปกติถึง 5
เท่า เนื่องจากเนื้อสมองตาย
โดยมีคนไทยเสียชีวิตจากผลพวงของโรคความดันโลหิตสูงปีละ 48,000 ราย
เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 ราย และมีคนไทยเป็นอัมพฤกษ์ อัมพาต ประมาณ 250,000 คน
ซึ่งตัวเลขดังกล่าวถือเป็นข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขที่ส่งสัญญาณว่าคนไทย
ต้องตระหนักกับโรคดังกล่าวนี้เพิ่มมากขึ้น

ศ.นพ.วิรุฬห์ กล่าวต่อว่า สำหรับ
กลุ่มที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ได้แก่ ผู้ที่อายุมากกว่า 40
ปี ผู้ที่กินอาหารรสเค็ม กินผักผลไม้น้อย
ผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ ไม่ออกกำลังกาย
หรือผู้ที่มีความครียดเรื้อรัง คนอ้วน สำหรับผู้ที่เป็นโรคนี้แล้ว
ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่มียารักษาให้หายขาด
มีพียงยาควบคุมอาการ ซึ่งมีคนจำนวนมากที่เข้าใจผิดว่า โรคนี้รักษาหายขาด
พอกินยาจนความดันโลหิตเป็นปกติแล้วก็เลิกกินยา

สำหรับ ตัวเลขผู้ป่วยความดันโลหิตทั่วทั้งโลก คือสูงกว่าระดับ
140/90 มิลลิเมตรปรอท อยู่ที่ประมาณ 1,000 ล้านคน
และมีแนวโน้มที่เชื่อได้ว่าในอีก 17 ปีข้างหน้า
จะมีจำนวนผู้ป่วยเพิ่มเป็น 1,600 ล้านคน

ขณะที่ประเทศไทยจากผลของการสำรวจสุขภาพครั้งล่าสุดในปี 2547
พบว่าผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีประมาณ 51 ล้านคน
มีความดันโลหิตสูงเฉลี่ยอยู่ที่ร้อยละ 22 หรือมีผู้ป่วยโรคความดัน
โลหิตสูง รวม 11 ล้านคน ซึ่งพอที่จะสรุปได้ว่า คนไทยจะป่วยด้วยโรค
ความดันโลหิตสูง ในอัตรา 5 ต่อ 1และจากการซุ่มตรวจพบว่าร้อยละ 71
ไม่เคยตรวจวัดความดันโลหิตมาก่อน

ส่วน ผู้ที่พบว่าตัวเองป่วยและมีอัตราในการดูแลตัวเองและ
ควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ระดับปกติไม่ถึงร้อยละ 20
ของจำนวนผู้ป่วยทั้งประเทศ

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พธม.ขอนแก่นแห่ร่วมเวทีเสวนาแน่น "สมศักดิ์" ทวง ปตท.คืน ขณะงานเลี้ยงโต๊ะจีนได้เงินมอบเอเอสทีวีร่วม 1.8 แสนบาท

ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -พันธมิตรฯขอนแก่น จัดงานภาควิชาการ และงานสังสรรค์
ชาวขอนแก่นหลายอำเภอตื่นตัวร่วมเวทีเสวนาสานฝัน...สู่อนาคตประเทศไทยคึกคัก
เห็นชอบแนวคิด "สมศักดิ์ โกศัยสุข" 1
ในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตือนรัฐบาลพรรค ปชป.นำ
ปตท.คืนประชาชน ชี้
ปมปัญหาทุกเรื่องของบ้านเมืองล้วนเกิดจากนักการเมืองในระบบการเมืองแบบเก่าๆ
ด้านเวทีสังสรรค์ช่วงค่ำคนแน่นเกินคาด ยอดบริจาคมอบ ASTV พุ่ง 180,000
บาท

วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม อาคารเรียนรวม
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอนแก่น จากหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมือง
อำเภอพล อำเภอบ้านไผ่ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอน้ำพอง อำเภอภูเวียง
และอำเภอชุมแพ รวมทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป
ร่วม 500 คน ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังเสวนาทางวิชาการในประเด็น
"สานฝัน...สู่อนาคตประเทศไทย" จัดโดยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
หรือ สรส. และคณะทำงานพันธมิตรขอนแก่น 52

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วง 12.00
น.มีบรรดาแม่ยก-พ่อยกพันธมิตรฯในขอนแก่นทำอาหารมาเลี้ยงพี่น้องพันธมิตรฯที่
เข้าร่วมงานให้ได้รับประทานหลายเมนู
รวมไปถึงน้ำดื่มและกาแฟที่มีบริการไม่อั้น ทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าของ
ASTV และเสื้อ 193 วัน
ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเข้าคิวซื้อจำนวนมาก
ร่วมทั้งสินค้าจากสปอนเซอร์ ASTV
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
มีดนตรีจากศิลปินทั้งในพื้นที่
และศิลปินจากเวทีพันธมิตรฯส่วนกลางมาร่วมสร้างความสุขให้กับชาวขอนแก่น

เวทีเสวนาช่วงแรกวิทยากร ประกอบด้วย นางมาลีรัตน์ แก้วก่า
แกนนำพันธมิตรฯรุ่น 2 และนายศิริชัย ไม้งาม
ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมีนายอำนาจ พละมี
ผู้ประสานงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ดำเนินรายการ
ประเด็นเสวนาโดยสรุปกล่าวถึงเป้าหมายของการต่อสู้ของการเมืองภาคประชาชน
ที่พี่น้องพันธมิตรฯทุกหมู่เหล่าต้องมุ่งมั่นยืนหยัดต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค
ที่เกิดจากการ เมืองระบบเก่า ที่มีแต่นักเลือกตั้งอาชีพ
ที่เล่นการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

โดยเฉพาะนักการเมืองภายใต้ระบบทักษิณ
ที่ดิ้นทุกวิถีทางที่จะแก้รัฐธรรมนูญและผลักดันให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
เพื่อให้ทักษิณและบริวารพ้นผิดและกลับเข้าสู่งานการเมืองได้เหมือนเดิม

ต่อมาในเวลาประมาณ 16.25 น.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1
ในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวปาฐกถา
ท่ามกลางเสียงร้องยินดีและเสียงมือตบทักทายดังก้องห้องประชุมเป็นเวลานาน
โดยนายสมศักดิ์ ได้กล่าวชื่นชมคณะทำงาน โดยเฉพาะสรส.ขอนแก่น
ที่มีความมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมอย่างเต็มที่

จากนั้นได้กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ว่า
ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ซึ่งก็ต้องให้เวลา
และความท้าทายที่รัฐบาลยังไม่ได้เริ่มแก้ปัญหาเลยก็คือ
การละเมิดล่วงเกินจาบจ้วงสถาบันสูงสุด ปัญหาหนี้สิน ความยากจน
ที่ดินทำกิน การจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน
และการรุกขยายร้านค้ายักษ์ใหญ่ รวมทั้งกรณีเขาพระวิหาร
และที่สำคัญคือการจัดการกับ ทักษิณ ชินวัตร
นักโทษชายหนีคดีอาญาและกล่าวจาบจ้วงสถาบัน

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ได้ให้แนวคิดที่ได้รับเสียงขานรับจากพันธมิตรฯขอนแก่นและผู้ร่วม
ประชุมจำนวนมาก กรณีการนำ ปตท.กลับคืนมาสู่ประชาชน
ตลอดจนความคิดที่ต้องเลิกขายรัฐวิสาหกิจ
หยุดแปรรูปโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย
โดยต้องทบทวนว่าหากรัฐวิสาหกิจไหนที่แปรรูปไปแล้วขาดทุนรัฐต้องนำกลับมาคืน
สู่ ประชาชน ซึ่งปัญหาต่างๆ
เหล่านี้ประชาชนต้องยอมรับว่าเกิดจากนักการเมืองในระบบเก่าๆ
ที่มุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง

ลุ้นโหวตตั้งพรรค พธม.25 พ.ค.นี้
ยันไม่ทิ้งการเมืองภาคประชาชน

"เมืองไทยมีปัญหาด้านความยากจน
มีช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยอยู่อีกมาก เพราะจนทำให้คนมีการศึกษาน้อย
ทำงานมีรายได้น้อย เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากการเมืองไทยที่ไร้ประสิทธิภาพ
เป็นการเมืองเก่าที่มีแต่นายทุนพรรคครอบงำ
เมื่อการเมืองไม่ดีแล้วจะให้เศรษฐกิจและสังคมไทยดีได้อย่างไร"
นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า

ปัญหาของบ้านเมืองในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง
แต่เป็นเพราะชาติมีเรื่องทุจริต คอรัปชั่นกันมาก
ทักษิณร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540
เปิดช่องให้สามารถใช้เล่ห์โกงทรัพย์สมบัติชาติได้กันง่ายๆ
จึงไม่แปลกที่พวกนี้จะดิ้นให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรม
รัฐธรรมนูญปี 2550
เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนได้ลงมติเป็นเสียงข้างมากและเป็นรัฐธรรมนูญที่มี
ตัวบทกฎหมายคุมพวกโกงกินทุจริตได้มาก
สามารถยุบพรรคได้หากกรรมการบริหารพรรคนั้นๆโกงเลือกตั้ง
เหมือนกับที่มีการยุบพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชน
เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ดีสำหรับนักการเมืองขี้โกง

สำหรับพรรคการเมืองของพันธมิตรฯจะมีหรือไม่มี
ขณะนี้ไม่มีใครให้คำตอบได้
เพราะขึ้นอยู่กับการลงประชามติของประชาชนหรือพี่น้องพันธมิตรฯส่วนใหญ่ในที่
ประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม เท่านั้น พวกเราต้องไปกันให้มากๆ
เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศชาติร่วมกันสร้างการเมืองใหม่
ปรัชญาของการเมืองใหม่ ก็คือ
การที่ภาคประชาชนได้รวมตัวกันมากๆเพื่อโหวตหรือแสดงเจตนารมณ์เดียวกันให้มี
พรรคการเมือง เป็นประชาธิปไตยทางตรงที่โหวตกันเห็นๆ
การตั้งพรรคการเมืองในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ประเทศอังกฤษคือจุด
เริ่มต้นของพรรคเลเบอร์(Labour party)

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ระบุว่า แม้วันที่ 25 พฤษภาคม
พี่น้องพันธมิตรฯจะโหวตเป็นเอกฉันท์ให้ตั้งพรรคการเมืองได้
แต่ไม่ได้หมายความว่า การเมืองภาคประชาชนของพี่น้องพันธมิตรฯจะหยุด
ยังคงเดินหน้าต่อไป เราไม่มีการทิ้งการเมืองภาคประชาชนเด็ดขาด
การเมืองในสภาและการเมืองนอกสภาจะต้องเดินควบคุมกันไป
และหากในอนาคตนักการเมืองที่สังกัดพรรคพันธมิตรฯทำชั่ว
พี่น้องก็สามารถรวมตัวขับไล่ได้เช่นกัน
การเมืองภาคประชาชนยังมีความสำคัญมาก

โต๊ะจีนคึกยอดช่วย ASTV ได้1.8 แสน

ส่วนบรรยากาศในช่วงค่ำวันเดียวกัน (17 พ.ค.) ที่โรงแรมราชาวดี
รีสอร์ทแอนด์โฮเต็ล จ.ขอนแก่น แนวร่วมพันธมิตรขอนแก่น ได้จัดงานสังสรรค์
"ร่วมใจ สามัคคี สนับสนุน ASTV ครั้งที่ 2" บรรยากาศเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีน
ค่าบัตรคนละ 200 บาท พร้อมตั้งโต๊ะบริจาค
วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้สถานีโทรทัศน์
ASTV

ทั้งนี้ มี นายสำราญ รอดเพชร พิธีกรรายการสภาท่าพระอาทิตย์ และ
นายประพันธ์ คูนมี ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พร้อมด้วย นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ นายอำนาจ พละมี
ที่เสร็จจากเวทีเสวนาภาคบ่าย ได้มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ด้วย
และร่วมรำวงกับพี่น้องพันธมิตรฯขอนแก่น ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่าได้ตั้งเป้ายอดเงินที่จะได้เพื่อมอบเอเอสทีวี
ราว 100,000 บาท แต่ปรากฏว่า มีพี่น้องพี่น้องพันธมิตรฯ ขอนแก่น
มาร่วมงานมากเกินความคาดหมาย ทำให้ยอดเงินบริจาคเกินเป้า
ได้ยอดเงินค่าขายโต๊ะรวมทั้งเงินบริจาคหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้เอเอสทีวี
ทั้งสิ้น 180,000 บาท โดยมี นายสำราญ รอดเพชร เป็นผู้รับมอบ

สำหรับการจัดงานของพันธมิตรฯขอนแก่นครั้งนี้ ผู้จัดงานยอมรับว่า
คณะทำงานเป็นคนละกลุ่มกับการจัดงานภาคกลางวัน
จนทำให้เกิดความสับสนแก่พี่น้องพันธมิตรฯ ขอนแก่น ว่า
เกิดความแตกแยกในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ในฐานะแกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2
ได้กล่าวให้แนวคิดบนเวทีงานเลี้ยงช่วงเย็น ว่า
ตนมีความเห็นใจคณะทำงานทั้ง 2 กิจกรรม แต่คิดว่าการมีคณะทำงาน 2
กลุ่มในพื้นที่ไม่ใช่ปัญหา
หากทุกคนต่างทำงานด้วยจุดหมายและความตั้งใจเดียวกัน
นั่นคือเพื่อรักษาชาติ รักสถาบัน ทำเพื่อประชาชนส่วนรวมและรักษา ASTV
ไม่ให้ทีวีของประชาชนเป็นจอดำ ทุกคนช่วยกันทำ ตามความถนัดของแต่ละกลุ่ม
แต่ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
ดังนั้นจะมีกี่กลุ่มในแต่ละจังหวัดก็ไม่ใช่ปัญหา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000055285

วันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รับสมัครลูกจ้างชั่วคราวโครงการพิเศษ ตำแหน่งนักกายภาพบำบัด จำนวน 4 อัตรา

from กระทรวงสาธารณสุข by ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.ขอนแก่น


รับ สมัครคัดเลือกบุคคลเพื่อเข้าปฏิบัติงานเป็นลูกจ้าง
ชั่วคราวโครงการพิเศษ ตำแหน่งนักกายภาพบำบัด จำนวน 4 อัตรา
ปฏิบัติงานที่กลุ่มงานกายภาพบำบัด โรงพยาบาลขอนแก่น
ท่านผู้มีความประสงค์จะสมัคร
ขอทราบรายละเอียดและยื่นใบสมัครด้วยตนเองได้ที่ กลุ่มงานกายภาพบำบัด
โรงพยาบาลขอนแก่น ตั้งแต่วันที่ 13 พฤษภาคม 2552 - 26 พฤษภาคม 2552
ในวันและเวลาราชการ

ขอเชิญร่วมงานการประชุมวิชาการ โรงพยาบาลขอนแก่น ประจำปี 2552

from กระทรวงสาธารณสุข by ฝ่ายประชาสัมพันธ์ รพ.ขอนแก่น

ขอ เชิญบุคลากร แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล
และนักวิชาการทางด้านสาธารณสุขทั่วประเทศส่งผลงานวิชาการ
ผลงานพัฒนาคุณภาพ นวัตกรรม/สิ่งประดิษฐ์
เข้ารับการคัดเลือกให้นำเสนอและประกวด ในการประชุมวิชาการ
โรงพยาบาลขอนแก่น ประจำปี 2552 ซึ่งกำหนดจัดในวันที่ 16-19 มิถุนายน 2552
และจะมีการนำเสนอผลงานวิชาการในวันที่ 19 มิถุนายน 2552 โดย Theme
การประชุมคือ " 6 ทศวรรษ โรงพยาบาลขอนแก่น สุขภาพพอเพียง
สู่สังคมอยู่เย็นเป็นสุข" โดยกำหนดรับสมัครผลงานภายในวันที่ 30 พฤษภาคม
2552 ท่านที่เข้าร่วมประชุมครั้งนี้สามารถลงทะเบียนหน่วยกิตสะสม ได้
ดังนี้ 1. แพทย์ (CME) 2. พยาบาล (CNEU) 3. ทันตแพทย์ (CDEC) 4. เภสัชกร
(CPE)

วันเสาร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ศูนย์อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รับสมัคร โอน แพทย์

from MOPH-ข่าวภูมิภาค by สำนักสารนิเทศ

ศูนย์ อนามัยที่ 5 นครราชสีมา รับสมัคร โอน ย้าย ข้าราชการ แพทย์ 1
ตำแหน่ง ทันตแพทย์ 1 ตำแหน่ง นักวิชาการสาธารณสุข 1 ตำแหน่ง
สนใจติดต่อได้ คุณทวี ลนขุนทด โทร 0-4430-5134 ต่อ 105 มือถือ
0-87778-3996 E-mail : OE789@hotmail.com


http://www.moph.go.th/show_hotnew.php?idHot_new=24852

พันธมิตรฯชุมแพหนุนตั้งพรรคพธม.- มั่นใจเป็นเวทีปั้นการเมืองใหม่ให้สำเร็จ

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-พันธมิตรฯ อ.ชุมแพ
หนุนแนวคิดตั้งพรรคการเมืองเต็มสูบ ย้ำจำเป็นที่พันธมิตรฯ
ต้องมีพรรคการเมืองเป็นเวทีต่อสู้ในสภา ระบุแม้แต่คนเสื้อแดง
ยังมีพรรคการเมืองสนับสนุน พร้อมแนะนโยบายพรรคพธม.
มุ่งขับเคลื่อนการเมืองใหม่
สาวไส้เน่าการเมืองเก่าให้กระจ่างกับคนทั้งประเทศ
ลั่นจำนวนส.ส.เข้าสภาไม่ใช่เรื่องสำคัญ มั่นใจส.ส.พันธมิตรฯ
แม้เข้าสู่สภาน้อย แต่จะทรงพลังคานอำนาจการเมืองเก่า
ปั้นการเมืองใหม่สำเร็จแน่

การต่อสู้ของพี่น้องพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
จุดยืนหลักเพื่อปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
และมุ่งสร้างการเมืองใหม่ ขับไล่การเมืองน้ำเน่าให้พ้นไปจากประเทศไทย
แต่กลไกการต่อสู้ด้วยการเมืองภาคประชาชนที่ผ่านมา
มีท่าทีว่านักการเมืองพยายามถ่วงเวลา
ทั้งพยายามจะมุ่งนิรโทษกรรมให้นักการเมืองน้ำเน่ากลับมาเล่นการเมืองโดยไม่
มีความผิด กระแสการตั้งพรรคการเมืองของพี่น้องพันธมิตรฯ
เริ่มมีน้ำหนักและแหลมคมมากขึ้น

นาย ชัยวัฒน์ ฟังธรรมมงคล
ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
เปิดเผยถึงการจัดตั้งพรรคการเมืองพันธมิตรฯ ว่า พี่น้องพันธมิตรฯ พื้นที่
อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น
มีความสนใจในประเด็นการจัดตั้งพรรคการเมืองของพี่น้องพันธมิตรฯ
ในระดับสูงมาก และหลังจากที่เริ่มชัดเจนว่า
จะมีการหารือและข้อสรุปเรื่องตั้งพรรคการเมืองในวันที่ 24-25 พฤษภาคม นี้
พันธมิตรฯอ.ชุมแพ จึงได้หารือถึงประเด็นดังกล่าว
สรุปสาระสำคัญเสนอต่อเวทีประชุมใหญ่

ทั้งนี้ พี่น้องพันธมิตรฯอ.ชุมแพมากกว่าร้อยละ 80
เห็นด้วยและสนับสนุนให้ พันธมิตรฯ จัดตั้งพรรคการเมืองเป็นของตนเอง
เพื่อขับเคลื่อนและต่อสู้ในเวทีสภาผู้แทนราษฎร
เป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องพันธมิตรฯทั้งประเทศ นำประเด็นปัญหา
ไปสู่การแก้ไข และข้อเสนอแนะต่อการพัฒนาและสร้างสรรค์สังคมให้สงบสุข

ที่ผ่านมา
การต่อสู้ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.)
หรือกลุ่มเสื้อแดงที่ต่อสู้ฟอกตัวให้นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร
กลับสู่สภาอีกครั้งนั้น นอกจากการต่อสู้ด้วยการชุมนุมของคนเสื้อแดงแล้ว
กลุ่มคนเสื้อแดง
ยังมีนักการเมืองและพรรคการเมืองสนับสนุนการต่อสู้ของคนเสื้อแดงอย่างชัดเจน
ประเด็นข้อเรียกร้องของกลุ่มนปช.
นำไปเป็นประเด็นหารือในเวทีสภาผู้แทนราษฎร เช่น การออกกฎหมายนิรโทษกรรม
เรียกร้องให้รัฐธรรมนูญปี 2540 ฯลฯ

พี่น้องพันธมิตรฯอ.ชุมแพ
ยังคงเร่งติดตั้งจานดาวเทียมฟรีให้กับชุมชนห่างไกล
เพื่อสร้างการเมืองใหม่ในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

"หากไร้อำนาจทางการเมือง
ช่วยผลักดันข้อเรียกร้องสร้างการเมืองใหม่
ก็ยากที่จะสามารถขับเคลื่อนการเมืองใหม่ ให้เป็นรูปธรรมได้
จำเป็นที่การต่อสู้ของพี่น้องพันธมิตรฯ ทั้งประเทศ จะต้องมีพรรคการเมือง
ร่วมขับเคลื่อนเป็นกระบอกเสียงข้อเรียกร้องพี่น้องพันธมิตรฯ
ควบคู่กับการทำงานของการเมืองภาคประชาชนของพี่น้องพันธมิตรฯ
ร่วมเสนอข้อเรียกร้องและตรวจสอบการทำงานนักการเมือง"นายชัยวัฒน์
กล่าวและว่า

พรรคการเมืองของพี่น้องพันธมิตรฯ
ควรชูนโยบายต่อสู้ในเวทีสภาผู้แทนราษฎรเพื่อสร้างการเมืองใหม่
ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกันพรรคพันธมิตรฯควรมีนโยบาย
นำเสนอหรืออธิบายถึงความเลวร้ายของการเมืองระบอบเก่า เช่น
การเอื้อประโยชน์ให้นักการเมืองทุจริต
จนทำให้การพัฒนาประเทศไทยไม่ได้ตามเป้าหมาย

ส่วนข้อกังวล ประเด็นจำนวนส.ส.ของพรรคพันธมิตรฯ
จะสามารถแข่งขันกับการเมืองเก่าเข้าสู่สภาได้มากหรือไม่นั้น
ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ขอให้มีพรรคและส.ส.ตัวแทนของพันธมิตรฯ
เข้าสู่สภาเท่านั้น ถือว่าเป็นกระบอกเสียงที่ทรงพลังอำนาจ
ที่จะชี้นำสังคมให้เห็นความสำคัญของการเมืองใหม่ เพราะเชื่อมั่นว่า
การขับเคลื่อนการเมืองใหม่เป็นสิ่งดี
เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่เมื่อได้รับข้อมูลที่ถูกต้องแล้ว
จะได้รับการสนับสนุนให้สำเร็จเป็นรูปธรรมแน่

ผู้ประสานงานพันธมิตรฯอ.ชุมแพ กล่าวต่อว่า การ
ขับเคลื่อนของพี่น้องพันธมิตรฯอ.ชุมแพ
จะยังคงขับเคลื่อนการทำงานการเมืองภาคประชาชน
ให้ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ตระหนักและเห็นความสำคัญของการเมืองใหม่ไปอย่าง
ต่อเนื่อง โดยกิจกรรมสร้างการเมืองใหม่
นอกจากการแจกและติดตั้งจานดาวเทียมให้กับชุมชนห่างไกล
ได้รับข้อมูลข่าวสารการเมืองที่แท้จริงแล้ว

ล่าสุดพันธมิตรฯ อ.ชุมแพ
มีความเห็นร่วมกันที่จะจัดตั้งสถานีวิทยุชุมชน ถ่ายทอดสัญญาณ ASTV
ในพื้นที่อ.ชุมแพ เพราะเชื่อมั่นว่า
จะเป็นกระบอกเสียงกระจายข้อมูลข่าวสารในชุมชนเมือง
และใกล้เคียงได้อย่างทั่วถึง
แต่ปัญหานอกจากขาดเงินทุนในการจัดซื้ออุปกรณ์และจัดตั้งแล้ว
ยังขาดบุคลากรที่จะเข้ามาดูแลสถานีวิทยุชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนได้อย่าง
ยั่งยืน เพราะต้องมีบุคคลที่มีจิตใจมุ่งมั่นสร้างการเมืองใหม่
และพร้อมเสียสละเวลาเข้ามาดูแลสถานีวิทยุชุมชน

วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สสจ.ขอนแก่นแนะหมั่นดูแลสุขภาพหลังพบคนไทยติดเชื้อหวัดใหญ่ 2009

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - สสจ.ขอนแก่น
แนะให้ประชาชนป้องกันโรคและหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว
หลังพบผู้ป่วยเป็นโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือ
ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2900 ในประเทศไทย จำนวน 2 ราย

นายคิมหันต์ ยงรัตนกิจ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น
เปิดเผยว่า จากการดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกันการแพร่ระบาด
ของไข้หวัดใหญ่ชนิด เอ เอส 1 เอ็น 1 หรือ ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2900
ในประเทศไทย พบว่ามีผู้ป่วยเข้าข่ายเฝ้าระวังทั้งสิ้น 25 ราย
และล่าสุดผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการของสหรัฐฯ
พบว่ามีผู้ติดเชื้อดังกล่าวจำนวน 2 ราย องค์การอนามัยโลก หรือ WHO
จึงประกาศให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ 31
ที่พบผู้ติดเชื้อโรคไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2900

ในการนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีมาตรการในการป้องกันควบคุมการแพร่
ระบาดอย่างเข้มงวดเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ
จึงขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกจนเกินไป

อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ย่างเข้าฤดูฝน อากาศมีการเปลี่ยนแปลง
ทำให้มีโอกาสเกิดการเจ็บป่วยเป็นหวัดได้ง่าย
จึงขอฝากเตือนให้ประชาชนหมั่นดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัวให้
แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่โรคประจำตัว
หากพบผู้ป่วยที่มีไข้ อาการคล้ายไข้หวัดใหญ่
มีประวัติกลับมาจากพื้นที่ที่มีการระบาด
ควรใส่หน้ากากอนามัยป้องกันการแพร่เชื้อ และแนะนำให้ไปพบแพทย์
เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้อง

สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถป้องกันโรคได้โดยการพักผ่อนให้เพียงพอ
รับประทานอาหาร ผักผลไม้ที่มีประโยชน์ทั้งครบ 5 หมู่
ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม สม่ำเสมอวันละ 30 นาที อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน
ทำจิตใจให้เบิกบาน และหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานที่แออัดอากาศไม่ถ่ายเท
ตลอดจนการล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดการสัมผัสเชื้อโรค

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโรคไข้หวัดใหญ่ ชนิดเอ เอช 1 เอ็น 1 หรือ
ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2900
สามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์
0-4322-1125 ต่อ 133


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000053181

วันอังคารที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

สรส.ขอนแก่นจับมือพันธมิตรฯเปิดเวทีสานฝันสู่อนาคตประเทศไทย

ศูนย์ข่าวขอนแก่น-สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส.
ขอนแก่น ผนึกกำลังพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอนแก่น
จัดสัมมนาเชิงวิชาการเชิญวิทยากรจากส่วนกลาง ให้ความรู้ทั้งด้านแรงงาน
เศรษฐกิจและการเมือง
พร้อมเชื่อมความสัมพันธ์เครือข่ายพันธมิตรฯทุกอำเภอร่วมต่อสู้เพื่อชาติ
ศาสน์ กษัตริย์ และทำงานเพื่อสร้างการเมืองใหม่ให้เป็นเอกภาพและมีความเสมอภาค

วานนี้( 11 พ.ค.)ที่ห้องประชุมองค์กรแพทย์ ชั้น 3 อาคารเรียนรวม
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น นายออมทรัพย์ พวงพันธ์
ผู้ประสานงานสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ หรือ สรส. ขอนแก่น
พร้อมด้วยสมาชิก สรส.ขอนแก่น
ร่วมกับคณะทำงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอนแก่น
จากหลายภาคส่วนและหลายอำเภอ
ได้ร่วมกันแถลงข่าวจัดกิจกรรมเปิดเวทีเสวนาทางวิชาการ"สานฝันสู่อนาคตประเทศ
ไทย"ในช่วงบ่ายวันที่ 17 พฤษภาคม 2552

นายออมทรัพย์ เปิดเผยว่า สรส. ขอนแก่น
ได้ร่วมประชุมกับคณะทำงานพันธมิตรฯ ขอนแก่น
ซึ่งต่างมีความคิดเห็นไปในแนวทางเดียวกัน
คือต้องการจัดเวทีที่จะให้ความรู้แก่คนในสังคม ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก
และสถานการณ์การเมืองที่ยังอยู่กับความเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ดังนั้นจึงเห็นตรงกันที่จะจัดงานสัมมนาเชิงวิชาการขึ้น ในหัวข้อ
"สานฝันสู่อนาคตประเทศไทย"

ในงานได้เชิญวิทยากรจากส่วนกลาง มีนายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1
ในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์
แก้วก่า และนายอำนาจ พละมี
มาร่วมให้ความรู้แก่ผู้ร่วมฟังการสัมมนาทั้งในเรื่องของผู้ใช้แรงงาน
การดำรงชีวิตท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ และความรู้เรื่องการสร้างการเมืองใหม่
ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้เข้าร่วมงาน

ด้านตัวแทนคณะทำงานพันธมิตรฯ จากต่างอำเภอ เช่น อ.พล อ.บ้านไผ่
อ.ชุมแพ และ อ.ภูเวียง ที่ทราบข่าวและได้มาร่วมประชุมด้วย
ต่างแสดงความคิดเห็นถึงการได้ร่วมกันจัดงานสัมมนาครั้งนี้ว่า
เนื่องจากแม้จะผ่านการต่อสู้ของภาคประชาชน 193 วันมาแล้ว
แต่สำหรับพันธมิตรฯ ที่มีอยู่ในทุกอำเภอนั้น
ต่างต้องการเดินหน้าทำงานเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์อย่างต่อเนื่อง
แต่อาจจะขาดการประสานงานที่ดี

ดังนั้นการมาร่วมกันทำงานครั้งนี้โดยมีพันธมิตรฯ
ในอำเภอเมืองขอนแก่นเป็นศูนย์กลาง จึงถือเป็นนิมิตหมายอันดี
ที่จะทำให้เกิดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
เพื่อให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเดินหน้าสร้างการเมืองใหม่ตาม
เจตนารมณ์ไปพร้อมกัน โดยคณะทำงานพันธมิตรฯ
ในจังหวัดจะได้ทำงานอย่างมีเอกภาพและมีความเสมอภาค

ทั้งนี้ งานสัมมนา "สานฝันสู่อนาคตประเทศไทย"
จะจัดขึ้นในอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 52 เวลา 12.00 - 17.00 น. ณ
ห้องประชุมมอดินแดง ชั้น 3 อาคารเรียนรวม คณะแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
โดยผู้มาร่วมงานไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ

สำหรับพันธมิตรฯ
ขอนแก่นในทุกอำเภอที่มีความประสงค์จะร่วมระดมความคิดเห็นร่วมเป็นคณะทำงาน
และร่วมงานสัมมนา สามารถประสานงานได้ที่ นายวิรุฬ ปรีชากุล
หมายเลขโทรศัพท์ 08-1330-8809


from http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9520000052600

วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

นายกเล็กนครขอนแก่นแจง "โลตัส" มีสิทธิ์เปิดสาขาย่อยหนองใหญ่หากไม่เกิน 300 ตร.ม.

ศูนย์ข่าวขอนแก่น - นายกเล็กเทศบาลนครขอนแก่น แจงชาวตลาดหนองใหญ่
กรณีห้างโลตัสเตรียมเปิดสาขาย่อยกลางตลาด เผยยังไม่เสนอขออนุญาตเข้ามา
แต่หากพื้นที่ขายไม่เกิน 300 ตร.ม.ห้ามไม่ได้
และพัฒนาตลาดเป็นมิตรกับผู้ซื้อ

เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.วันนี้ (7 พ.ค.)
ที่ห้องประชุมเทศบาลนครขอนแก่น นายพีระพล พัฒน์พีระเดช
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่น นายธีรศักดิ์ ฑีฆายุพันธ์
รองนายกเทศมนตรีฯฝ่ายโยธา ได้เชิญตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าตลาดชุมชนหนองใหญ่
ต.ในเมือง ราว 20
คนเข้าพบเพื่อรับฟังข้อร้องเรียนที่บรรดาผู้ค้ารายย่อยในตลาดหนองใหญ่ร้อง
ทุกข์คัดค้านการเปิดสาขาย่อยของห้างเทสโก้ โลตัสติดกับตลาดชุมชนหนองใหญ่
โดยมีตัวแทนองค์กรภาคธุรกิจเข้าร่วมรับฟังด้วย

ทั้งนี้ พ่อค้าแม่ค้าตลาดชุมชนหนองใหญ่ได้ให้เหตุผลที่ต้องออกมาต่อต้านการเปิดสาขา
ของเทสโก้โลตัสแม้จะเป็นเพียงสาขาย่อย
ก็จะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อพ่อค้าแม่ค้ากว่า 200
ครอบครัวที่ยึดอาชีพค้าขายในตลาดแห่งนี้มานาน
สภาพชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขาต้องเปลี่ยนไปในทางลบ
ลูกหลานจะหมดโอกาสทำมาค้าขาย
วิถีเศรษฐกิจชุมชนจะถูกค้าปลีกทุนหนาอย่างโลตัสทำลายจนหมด
จำเป็นที่ชาวตลาดชุมชนแห่งนี้ต้องคัดค้านให้ถึงที่สุด
ถือเป็นการคุกคามในการทำมาหากินจากนายทุนใหญ่ที่ผู้ค้ารายย่อยเสียเปรียบทุก
ด้าน

นายพีระพล พัฒน์พีระเดช
นายกเทศมนตรีเทศบาลนครขอนแก่นกล่าวชี้แจงกับตัวแทนพ่อค้าแม่ค้าว่า จน
ถึงขณะนี้ยังไม่มีหนังสือเสนอขออนุญาตการเปิดกิจการของห้างเทสโก้
โลตัสในบริเวณดังกล่าวเลย
ดังนั้นทางเทศบาลไม่สามารถดำเนินการใดใดตามที่ร้องเรียนได้
แต่หากวันใดที่มีเรื่องนี้เสนอเข้ามายังเทศบาลฯ
ก็จะเชิญคณะกรรมการตลาดชุมชนหนองใหญ่หรือพ่อค้าแม่ค้าเข้ามาพูดคุยร่วมกับ
ตัวแทนของห้างโลตัส ให้ได้รับฟังรายละเอียดทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ การขยายสาขาของทุนค้าปลีกขนาดใหญ่เหล่านี้ไม่สามารถจะไปต่อต้านหรือห้ามได้
เพราะเป็นเรื่องของการค้าเสรีมีกฎหมายรองรับอยู่ และหากกรณีที่ห้างเทสโก้
โลตัสจะเปิดเป็นร้านค้าปลีก ขนาดพื้นที่ขายไม่เกิน 300
ตารางเมตรในเขตชุมชนเมืองเขาก็มีสิทธิ์ทำ กฎหมายกำหนดไว้
แต่หากเปิดเป็นห้างค้าปลีกพื้นที่ขายเกินกว่านั้นไม่สามารถทำได้

อย่าง ไรก็ตาม
สิ่งสำคัญที่สุดไม่ว่าจะมีห้างใหญ่รายไหนจะเข้ามาเปิดสาขาหรือไม่ก็ตาม
ชาวตลาดชุมชนหนองใหญ่ต้องพัฒนาปรับปรุงการให้บริการ รักษาความเป็นระเบียบ
การดูแลความสะอาดที่ถูกสุขอนามัย เป็นมิตรกับผู้บริโภค
สร้างความประทับใจให้แก่คนที่เข้ามาซื้อสินค้าให้มากที่สุด
สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องภายในของชาวตลาดที่สามารถทำได้
เทศบาลนครขอนแก่นพร้อมจะให้คำปรึกษาช่วยเหลือเรื่องการพัฒนาตลาดให้มีคุณภาพ
มากยิ่งขึ้น


ที่มา http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000051046