วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

พธม.ขอนแก่นแห่ร่วมเวทีเสวนาแน่น "สมศักดิ์" ทวง ปตท.คืน ขณะงานเลี้ยงโต๊ะจีนได้เงินมอบเอเอสทีวีร่วม 1.8 แสนบาท

ศูนย์ข่าวภาคอีสาน -พันธมิตรฯขอนแก่น จัดงานภาควิชาการ และงานสังสรรค์
ชาวขอนแก่นหลายอำเภอตื่นตัวร่วมเวทีเสวนาสานฝัน...สู่อนาคตประเทศไทยคึกคัก
เห็นชอบแนวคิด "สมศักดิ์ โกศัยสุข" 1
ในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตือนรัฐบาลพรรค ปชป.นำ
ปตท.คืนประชาชน ชี้
ปมปัญหาทุกเรื่องของบ้านเมืองล้วนเกิดจากนักการเมืองในระบบการเมืองแบบเก่าๆ
ด้านเวทีสังสรรค์ช่วงค่ำคนแน่นเกินคาด ยอดบริจาคมอบ ASTV พุ่ง 180,000
บาท

วันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ห้องประชุม อาคารเรียนรวม
คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัย ขอนแก่น
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอนแก่น จากหลายอำเภอ อาทิ อำเภอเมือง
อำเภอพล อำเภอบ้านไผ่ อำเภอมัญจาคีรี อำเภอน้ำพอง อำเภอภูเวียง
และอำเภอชุมแพ รวมทั้งพนักงานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการ ตลอดจนประชาชนทั่วไป
ร่วม 500 คน ให้ความสนใจเข้าร่วมฟังเสวนาทางวิชาการในประเด็น
"สานฝัน...สู่อนาคตประเทศไทย" จัดโดยสมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์
หรือ สรส. และคณะทำงานพันธมิตรขอนแก่น 52

บรรยากาศภายในงานคึกคักตั้งแต่ช่วง 12.00
น.มีบรรดาแม่ยก-พ่อยกพันธมิตรฯในขอนแก่นทำอาหารมาเลี้ยงพี่น้องพันธมิตรฯที่
เข้าร่วมงานให้ได้รับประทานหลายเมนู
รวมไปถึงน้ำดื่มและกาแฟที่มีบริการไม่อั้น ทั้งยังมีการจำหน่ายสินค้าของ
ASTV และเสื้อ 193 วัน
ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานเข้าคิวซื้อจำนวนมาก
ร่วมทั้งสินค้าจากสปอนเซอร์ ASTV
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง
มีดนตรีจากศิลปินทั้งในพื้นที่
และศิลปินจากเวทีพันธมิตรฯส่วนกลางมาร่วมสร้างความสุขให้กับชาวขอนแก่น

เวทีเสวนาช่วงแรกวิทยากร ประกอบด้วย นางมาลีรัตน์ แก้วก่า
แกนนำพันธมิตรฯรุ่น 2 และนายศิริชัย ไม้งาม
ประธานสหภาพแรงงานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และมีนายอำนาจ พละมี
ผู้ประสานงานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจฯ ดำเนินรายการ
ประเด็นเสวนาโดยสรุปกล่าวถึงเป้าหมายของการต่อสู้ของการเมืองภาคประชาชน
ที่พี่น้องพันธมิตรฯทุกหมู่เหล่าต้องมุ่งมั่นยืนหยัดต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค
ที่เกิดจากการ เมืองระบบเก่า ที่มีแต่นักเลือกตั้งอาชีพ
ที่เล่นการเมืองเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง

โดยเฉพาะนักการเมืองภายใต้ระบบทักษิณ
ที่ดิ้นทุกวิถีทางที่จะแก้รัฐธรรมนูญและผลักดันให้มีการออกกฎหมายนิรโทษกรรม
เพื่อให้ทักษิณและบริวารพ้นผิดและกลับเข้าสู่งานการเมืองได้เหมือนเดิม

ต่อมาในเวลาประมาณ 16.25 น.นายสมศักดิ์ โกศัยสุข 1
ในแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ขึ้นเวทีเพื่อกล่าวปาฐกถา
ท่ามกลางเสียงร้องยินดีและเสียงมือตบทักทายดังก้องห้องประชุมเป็นเวลานาน
โดยนายสมศักดิ์ ได้กล่าวชื่นชมคณะทำงาน โดยเฉพาะสรส.ขอนแก่น
ที่มีความมุ่งมั่นทำงานเพื่อสังคมอย่างเต็มที่

จากนั้นได้กล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ว่า
ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ซึ่งก็ต้องให้เวลา
และความท้าทายที่รัฐบาลยังไม่ได้เริ่มแก้ปัญหาเลยก็คือ
การละเมิดล่วงเกินจาบจ้วงสถาบันสูงสุด ปัญหาหนี้สิน ความยากจน
ที่ดินทำกิน การจัดการกับการทุจริตคอร์รัปชัน
และการรุกขยายร้านค้ายักษ์ใหญ่ รวมทั้งกรณีเขาพระวิหาร
และที่สำคัญคือการจัดการกับ ทักษิณ ชินวัตร
นักโทษชายหนีคดีอาญาและกล่าวจาบจ้วงสถาบัน

ทั้งนี้ นายสมศักดิ์ได้ให้แนวคิดที่ได้รับเสียงขานรับจากพันธมิตรฯขอนแก่นและผู้ร่วม
ประชุมจำนวนมาก กรณีการนำ ปตท.กลับคืนมาสู่ประชาชน
ตลอดจนความคิดที่ต้องเลิกขายรัฐวิสาหกิจ
หยุดแปรรูปโรงพยาบาลและมหาวิทยาลัย
โดยต้องทบทวนว่าหากรัฐวิสาหกิจไหนที่แปรรูปไปแล้วขาดทุนรัฐต้องนำกลับมาคืน
สู่ ประชาชน ซึ่งปัญหาต่างๆ
เหล่านี้ประชาชนต้องยอมรับว่าเกิดจากนักการเมืองในระบบเก่าๆ
ที่มุ่งแต่แสวงหาผลประโยชน์ของตนและพวกพ้อง

ลุ้นโหวตตั้งพรรค พธม.25 พ.ค.นี้
ยันไม่ทิ้งการเมืองภาคประชาชน

"เมืองไทยมีปัญหาด้านความยากจน
มีช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยอยู่อีกมาก เพราะจนทำให้คนมีการศึกษาน้อย
ทำงานมีรายได้น้อย เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีต้นตอมาจากการเมืองไทยที่ไร้ประสิทธิภาพ
เป็นการเมืองเก่าที่มีแต่นายทุนพรรคครอบงำ
เมื่อการเมืองไม่ดีแล้วจะให้เศรษฐกิจและสังคมไทยดีได้อย่างไร"
นายสมศักดิ์ กล่าวและว่า

ปัญหาของบ้านเมืองในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องของเสื้อเหลืองหรือเสื้อแดง
แต่เป็นเพราะชาติมีเรื่องทุจริต คอรัปชั่นกันมาก
ทักษิณร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะรัฐธรรมนูญปี 2540
เปิดช่องให้สามารถใช้เล่ห์โกงทรัพย์สมบัติชาติได้กันง่ายๆ
จึงไม่แปลกที่พวกนี้จะดิ้นให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและนิรโทษกรรม
รัฐธรรมนูญปี 2550
เป็นรัฐธรรมนูญที่ประชาชนได้ลงมติเป็นเสียงข้างมากและเป็นรัฐธรรมนูญที่มี
ตัวบทกฎหมายคุมพวกโกงกินทุจริตได้มาก
สามารถยุบพรรคได้หากกรรมการบริหารพรรคนั้นๆโกงเลือกตั้ง
เหมือนกับที่มีการยุบพรรคไทยรักไทยหรือพลังประชาชน
เป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ดีสำหรับนักการเมืองขี้โกง

สำหรับพรรคการเมืองของพันธมิตรฯจะมีหรือไม่มี
ขณะนี้ไม่มีใครให้คำตอบได้
เพราะขึ้นอยู่กับการลงประชามติของประชาชนหรือพี่น้องพันธมิตรฯส่วนใหญ่ในที่
ประชุมวันที่ 25 พฤษภาคม เท่านั้น พวกเราต้องไปกันให้มากๆ
เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศชาติร่วมกันสร้างการเมืองใหม่
ปรัชญาของการเมืองใหม่ ก็คือ
การที่ภาคประชาชนได้รวมตัวกันมากๆเพื่อโหวตหรือแสดงเจตนารมณ์เดียวกันให้มี
พรรคการเมือง เป็นประชาธิปไตยทางตรงที่โหวตกันเห็นๆ
การตั้งพรรคการเมืองในลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ประเทศอังกฤษคือจุด
เริ่มต้นของพรรคเลเบอร์(Labour party)

อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ ระบุว่า แม้วันที่ 25 พฤษภาคม
พี่น้องพันธมิตรฯจะโหวตเป็นเอกฉันท์ให้ตั้งพรรคการเมืองได้
แต่ไม่ได้หมายความว่า การเมืองภาคประชาชนของพี่น้องพันธมิตรฯจะหยุด
ยังคงเดินหน้าต่อไป เราไม่มีการทิ้งการเมืองภาคประชาชนเด็ดขาด
การเมืองในสภาและการเมืองนอกสภาจะต้องเดินควบคุมกันไป
และหากในอนาคตนักการเมืองที่สังกัดพรรคพันธมิตรฯทำชั่ว
พี่น้องก็สามารถรวมตัวขับไล่ได้เช่นกัน
การเมืองภาคประชาชนยังมีความสำคัญมาก

โต๊ะจีนคึกยอดช่วย ASTV ได้1.8 แสน

ส่วนบรรยากาศในช่วงค่ำวันเดียวกัน (17 พ.ค.) ที่โรงแรมราชาวดี
รีสอร์ทแอนด์โฮเต็ล จ.ขอนแก่น แนวร่วมพันธมิตรขอนแก่น ได้จัดงานสังสรรค์
"ร่วมใจ สามัคคี สนับสนุน ASTV ครั้งที่ 2" บรรยากาศเป็นงานเลี้ยงโต๊ะจีน
ค่าบัตรคนละ 200 บาท พร้อมตั้งโต๊ะบริจาค
วัตถุประสงค์เพื่อนำเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้สถานีโทรทัศน์
ASTV

ทั้งนี้ มี นายสำราญ รอดเพชร พิธีกรรายการสภาท่าพระอาทิตย์ และ
นายประพันธ์ คูนมี ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
พร้อมด้วย นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า และ นายอำนาจ พละมี
ที่เสร็จจากเวทีเสวนาภาคบ่าย ได้มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ด้วย
และร่วมรำวงกับพี่น้องพันธมิตรฯขอนแก่น ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ทั้งนี้ คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่าได้ตั้งเป้ายอดเงินที่จะได้เพื่อมอบเอเอสทีวี
ราว 100,000 บาท แต่ปรากฏว่า มีพี่น้องพี่น้องพันธมิตรฯ ขอนแก่น
มาร่วมงานมากเกินความคาดหมาย ทำให้ยอดเงินบริจาคเกินเป้า
ได้ยอดเงินค่าขายโต๊ะรวมทั้งเงินบริจาคหลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้เอเอสทีวี
ทั้งสิ้น 180,000 บาท โดยมี นายสำราญ รอดเพชร เป็นผู้รับมอบ

สำหรับการจัดงานของพันธมิตรฯขอนแก่นครั้งนี้ ผู้จัดงานยอมรับว่า
คณะทำงานเป็นคนละกลุ่มกับการจัดงานภาคกลางวัน
จนทำให้เกิดความสับสนแก่พี่น้องพันธมิตรฯ ขอนแก่น ว่า
เกิดความแตกแยกในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า ในฐานะแกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2
ได้กล่าวให้แนวคิดบนเวทีงานเลี้ยงช่วงเย็น ว่า
ตนมีความเห็นใจคณะทำงานทั้ง 2 กิจกรรม แต่คิดว่าการมีคณะทำงาน 2
กลุ่มในพื้นที่ไม่ใช่ปัญหา
หากทุกคนต่างทำงานด้วยจุดหมายและความตั้งใจเดียวกัน
นั่นคือเพื่อรักษาชาติ รักสถาบัน ทำเพื่อประชาชนส่วนรวมและรักษา ASTV
ไม่ให้ทีวีของประชาชนเป็นจอดำ ทุกคนช่วยกันทำ ตามความถนัดของแต่ละกลุ่ม
แต่ภายใต้เป้าหมายเดียวกัน
ดังนั้นจะมีกี่กลุ่มในแต่ละจังหวัดก็ไม่ใช่ปัญหา


http://www.manager.co.th/Local/ViewNews.aspx?NewsID=9520000055285

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น